目录

轻质砖真的轻吗?项目业主应了解的轻质砖的利与弊

อิฐมวลเบา เบาจริงไหม

อิฐมวลเบา เบาจริงไหม? การเลือกวัสดุก่อผนังไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องราคา แต่ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักของวัสดุ เพราะน้ำหนักผนังส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบโครงสร้าง ต้นทุนก่อสร้าง ระยะเวลาดำเนินงาน และประสิทธิภาพของอาคารในระยะยาว หนึ่งในวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือ 加气混凝土 (Autoclaved Aerated Concrete : AAC) ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญคือ “น้ำหนักเบา” แต่หลายคนก็ยังตั้งคำถามว่า อิฐมวลเบาเบาจริงหรือไม่ และความเบาจะส่งผลต่อความแข็งแรงของอาคารหรือเปล่า

ความจริงแล้ว ความเบาของอิฐมวลเบาเกิดจากกระบวนการผลิตที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าวัสดุจะไม่มีความแข็งแรง หากเลือกใช้งานให้เหมาะสมและก่อสร้างตามมาตรฐาน อิฐมวลเบาสามารถช่วยลดต้นทุนโครงสร้าง เพิ่มความรวดเร็วในการก่อสร้าง และช่วยให้การบริหารโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจทั้งข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางเลือกใช้อิฐมวลเบาให้เหมาะกับแต่ละประเภทของโครงการ

อิฐมวลเบา เบาจริงไหม

ทำไมอิฐมวลเบาถึงเบา กลไกทางวัสดุที่ผู้รับเหมาควรรู้

อิฐมวลเบาผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทรายละเอียด ปูนขาว ยิปซัม น้ำ และผงอะลูมิเนียม ซึ่งทำปฏิกิริยาทางเคมีจนเกิดฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วเนื้อวัสดุ จากนั้นจึงนำไปอบไอน้ำแรงดันสูง (Autoclaved) เพื่อให้เกิดผลึกแคลเซียมซิลิเกตที่มีความแข็งแรง

ฟองอากาศจำนวนมากภายในก้อนอิฐเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อิฐมวลเบามีน้ำหนักเบากว่าอิฐมอญและอิฐบล็อก แต่ยังคงมีค่ากำลังอัดที่เพียงพอสำหรับการใช้งานเป็นผนังในอาคารทั่วไป อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการกันความร้อน กันเสียง และทนไฟได้ดีกว่าวัสดุก่อผนังหลายประเภท

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความเบาของอิฐมวลเบาไม่ได้เกิดจากการลดคุณภาพของวัสดุ แต่เกิดจากการออกแบบโครงสร้างภายในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อดีของความเบา ผลต่อต้นทุนและ Timeline โครงการ

ลดน้ำหนักโครงสร้างประมาณ 60 กก./ตร.ม. ช่วยลดขนาดเสา คาน และฐานราก

น้ำหนักของผนังเป็นภาระถาวร (Dead Load) ที่โครงสร้างต้องรับตลอดอายุการใช้งาน หากเลือกใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญ จะช่วยลดน้ำหนักผนังได้ประมาณ 50–60 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ส่งผลให้วิศวกรสามารถออกแบบเสา คาน และฐานรากให้เหมาะสมกับน้ำหนักจริง ไม่ต้องเผื่อโครงสร้างเกินความจำเป็น โดยเฉพาะโครงการบ้านหลายหลัง อาคารสำนักงาน หรืออาคารสูงที่มีพื้นที่ผนังจำนวนมาก

ประหยัดเหล็กและคอนกรีตในงานโครงสร้างได้ประมาณ 5–15%

เมื่อน้ำหนักรวมของอาคารลดลง ปริมาณเหล็กเสริมและคอนกรีตที่ใช้ในโครงสร้างหลักก็มีโอกาสลดลงตามไปด้วย โดยทั่วไปโครงการที่ออกแบบตั้งแต่ต้นให้ใช้อิฐมวลเบา สามารถช่วยประหยัดต้นทุนโครงสร้างได้ประมาณ 5–15% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบอาคารและการคำนวณของวิศวกรผู้ออกแบบ

ก่อสร้างเร็วกว่าอิฐมอญ 2–3 เท่า เพราะก้อนใหญ่และยกง่าย

อิฐมวลเบามีขนาดมาตรฐานประมาณ 20 × 60 เซนติเมตร ใช้เพียงประมาณ 8.33 ก้อนต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ขณะที่อิฐมอญอาจต้องใช้มากกว่า 120 ก้อนต่อพื้นที่เท่ากัน ทำให้ช่างก่อผนังได้เร็วขึ้น ลดจำนวนรอยต่อ และใช้ปูนก่อในปริมาณน้อยกว่า ส่งผลให้ระยะเวลาก่อสร้างสั้นลงอย่างชัดเจน

ลดค่าแรงขนส่งและขนถ่ายหน้าไซต์

น้ำหนักที่เบาช่วยให้การลำเลียงวัสดุในไซต์งานทำได้ง่าย ใช้แรงงานน้อยลง และสามารถเคลื่อนย้ายขึ้นชั้นอาคารได้สะดวก จึงช่วยลดต้นทุนด้านแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหน้างาน โดยเฉพาะโครงการที่มีพื้นที่ก่อสร้างจำกัด

เหมาะกับอาคารสูงและคอนโดที่ต้องการลดน้ำหนักรวม

สำหรับอาคารสูง น้ำหนักผนังที่ลดลงเพียงเล็กน้อยในแต่ละชั้น เมื่อรวมทั้งอาคารแล้วสามารถลดน้ำหนักรวมได้หลายร้อยตัน ส่งผลต่อการออกแบบโครงสร้างโดยรวม และช่วยให้โครงการควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อิฐมวลเบา เบาจริงไหม

ข้อเสียของความเบา จุดที่ต้องระวังในงานจริง

แม้อิฐมวลเบาจะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจก่อนเลือกใช้งาน

ดูดซึมน้ำสูง ต้องทำระบบกันซึมในห้องน้ำและผนังภายนอก

เนื้ออิฐมีรูพรุนจำนวนมาก จึงสามารถดูดซับความชื้นได้มากกว่าวัสดุบางประเภท หากเป็นผนังภายนอก ห้องน้ำ หรือพื้นที่เปียก ควรทำระบบกันซึมและเลือกปูนฉาบที่เหมาะสม เพื่อลดปัญหาความชื้นสะสมและการหลุดล่อนของสี

เจาะแขวนของหนักได้น้อยกว่าอิฐมอญ ต้องใช้พุกเฉพาะ

การติดตั้งตู้แขวน ชั้นวาง หรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก ไม่ควรใช้พุกพลาสติกทั่วไป แต่ควรเลือกพุกสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ หรือยึดเข้ากับโครงสร้างคอนกรีตเพื่อความปลอดภัย

ราคาวัสดุต่อก้อนสูงกว่าอิฐมอญและอิฐบล็อก

แม้อิฐมวลเบาจะมีราคาต่อก้อนสูงกว่า แต่เมื่อคำนวณต้นทุนรวมทั้งค่าแรง ระยะเวลาก่อสร้าง และการประหยัดโครงสร้าง หลายโครงการกลับมีต้นทุนรวมที่ใกล้เคียงหรือคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ต้องใช้ปูนก่อและปูนฉาบสูตรเฉพาะ

อิฐมวลเบาไม่ควรใช้ร่วมกับปูนทรายทั่วไป เพราะอาจทำให้การยึดเกาะไม่ดีและเกิดรอยแตกร้าวในอนาคต จึงควรเลือกใช้ปูนก่อและปูนฉาบที่ผู้ผลิตแนะนำ ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนวัสดุเล็กน้อย แต่ช่วยลดปัญหาการซ่อมแซมภายหลังได้มาก

ความเบาสำคัญแค่ไหนตามประเภทโครงการ

บ้านพักอาศัย 1–2 ชั้น

แม้จะเป็นบ้านขนาดเล็ก แต่การใช้อิฐมวลเบาสามารถช่วยลดภาระของฐานรากและโครงสร้าง ทำให้บริหารงบประมาณได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังได้ประโยชน์ด้านการกันความร้อนและลดค่าไฟในระยะยาว

อาคารสูงและคอนโด

อาคารที่มีหลายชั้นได้รับประโยชน์จากความเบาของอิฐมวลเบามากที่สุด เพราะช่วยลดน้ำหนักสะสมของทั้งอาคาร ทำให้วิศวกรสามารถออกแบบโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า

โกดังและโรงงาน

โครงการประเภทนี้มักมีพื้นที่ผนังจำนวนมาก การใช้อิฐมวลเบาจะช่วยเร่งความเร็วในการก่อสร้าง ลดระยะเวลาส่งมอบงาน และช่วยลดต้นทุนแรงงาน

อาคารปรับปรุงและต่อเติม

การต่อเติมอาคารเดิมควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนักเกินความสามารถของโครงสร้างเดิม อิฐมวลเบาจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานรีโนเวตหรือการก่อผนังใหม่บนอาคารที่ใช้งานอยู่

งานต่อเติมชั้นบน

การต่อเติมชั้นสองหรือชั้นดาดฟ้ามักมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนัก ความเบาของอิฐมวลเบาจึงช่วยลดภาระต่อโครงสร้างเดิม และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

เทียบน้ำหนักและความหนาของอิฐมวลเบาแต่ละขนาด

การเลือกความหนาของอิฐมวลเบาควรพิจารณาทั้งความแข็งแรง การกันความร้อน การกันเสียง และน้ำหนักของผนัง โดยข้อมูลสำหรับอิฐมวลเบาเกรด G2 มีดังนี้

ความหนาน้ำหนักผนังโดยประมาณ
7.5 ซม.46.5 กก./ตร.ม. (ประมาณ 8.33 ก้อน/ตร.ม.)
10 ซม.63 กก./ตร.ม.
12.5 ซม.77.5 กก./ตร.ม.
15 ซม.93 กก./ตร.ม.
20 ซม.124 กก./ตร.ม.

ยิ่งความหนามากขึ้น ประสิทธิภาพด้านการกันความร้อน กันเสียง และความแข็งแรงของผนังก็จะเพิ่มขึ้นตาม แต่ก็ต้องแลกกับน้ำหนักและพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น จึงควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

สั่งอิฐมวลเบากับปฐมวัฒนาพาณิชย์

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ “ความเบา” ของอิฐมวลเบาไม่คุ้มค่า

หลายโครงการเลือกใช้อิฐมวลเบา แต่กลับไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะเกิดข้อผิดพลาดตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและก่อสร้าง เช่น การออกแบบเสาและคานให้มีขนาดเท่าเดิมแม้น้ำหนักผนังจะลดลง ทำให้สูญเสียโอกาสในการประหยัดต้นทุนโครงสร้าง

อีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือการใช้ปูนก่อหรือปูนฉาบทั่วไปแทนปูนสำหรับอิฐมวลเบา ซึ่งทำให้เกิดรอยแตกร้าวและลดอายุการใช้งานของผนัง นอกจากนี้ การละเลยระบบกันซึมในห้องน้ำหรือผนังภายนอก รวมถึงการใช้ช่างที่ไม่มีประสบการณ์ ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผนังเกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร

สั่งอิฐมวลเบากับปฐมวัฒนาพาณิชย์ ตัวแทนจำหน่ายครบทุกแบรนด์

การเลือกอิฐมวลเบาให้เหมาะกับโครงการ ไม่ได้พิจารณาเพียงราคาต่อก้อน แต่ควรคำนึงถึงความหนา เกรดของวัสดุ ความแข็งแรง รวมถึงการเลือกปูนก่อและอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผนังมีอายุการใช้งานยาวนานและลดต้นทุนการซ่อมบำรุงในอนาคต

ปฐมวัฒนาพาณิชย์เป็นตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่รวบรวมอิฐมวลเบา  พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกสินค้าให้เหมาะกับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงงาน และโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงบริการจัดส่งตรงเวลา เพื่อช่วยให้การบริหารงานก่อสร้างเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำหนักและความเบาของอิฐมวลเบา

อิฐมวลเบา 1 ก้อนหนักกี่กิโลกรัม?

ขึ้นอยู่กับความหนาและเกรดของอิฐ โดยทั่วไปจะมีน้ำหนักประมาณ 7–18 กิโลกรัมต่อก้อน ซึ่งยังเบากว่าอิฐก่อหลายประเภทเมื่อเทียบกับพื้นที่ผนังที่ก่อได้

อิฐมวลเบาความหนา 7.5 กับ 10 ซม. น้ำหนักต่างกันแค่ไหน?

ผนังหนา 7.5 ซม. มีน้ำหนักประมาณ 46.5 กก./ตร.ม. ส่วนผนังหนา 10 ซม. มีน้ำหนักประมาณ 63 กก./ตร.ม. จึงต่างกันราว 16.5 กก./ตร.ม.

ความเบาของอิฐมวลเบาทำให้บ้านไม่แข็งแรงจริงหรือไม่?

ไม่จริง หากออกแบบโครงสร้างและก่อสร้างตามมาตรฐาน ความแข็งแรงของอาคารขึ้นอยู่กับระบบเสา คาน และฐานรากเป็นหลัก ส่วนอิฐมวลเบาทำหน้าที่เป็นผนังกั้นพื้นที่ ไม่ใช่โครงสร้างรับน้ำหนักหลักของอาคาร

ใช้อิฐมวลเบาที่เบามาก จะรับน้ำหนักผนังด้านบนได้หรือไม่?

สำหรับอาคารระบบเสา-คานทั่วไป ผนังอิฐมวลเบาไม่ได้ทำหน้าที่รับน้ำหนักของอาคาร จึงสามารถใช้งานได้ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด แต่หากเป็นงานผนังรับแรงหรือระบบก่อสร้างเฉพาะ ควรเลือกเกรดของอิฐและความหนาให้สอดคล้องกับแบบวิศวกรรม

滚动到顶部
PDPA 图标

我们使用 cookies 来提高网站的性能和使用体验。您可以在以下位置找到更多详细信息 隐私政策 并点击以管理您的隐私设置 设置

隐私偏好设置

您可以根据需要启用/禁用每个类别的 Cookie 来选择您的 Cookie 设置,但必要 Cookie 除外。.

允许所有
管理同意偏好设置
  • 始终在线

保存