อิฐมวลเบาซุปเปอร์บล็อก อินทรี แบรนด์ที่ผู้รับเหมาไว้ใจ

อิฐมวลเบาซุปเปอร์บล็อก อินทรี แบรนด์ที่ผู้รับเหมาไว้ใจ

ในวงการก่อสร้างปัจจุบัน วัสดุก่อสร้างที่ช่วยลดระยะเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้าง ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้รับเหมาและวิศวกรต่างมองหา “อิฐมวลเบา” จึงกลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เข้ามาทดแทนอิฐมอญแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะแบรนด์คุณภาพอย่าง อินทรี ซุปเปอร์บล็อก (INSEE Superblock) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของมาตรฐานการผลิต ความแข็งแกร่ง และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของอิฐมวลเบา อินทรี ซุปเปอร์บล็อก เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมแบรนด์นี้จึงเป็นแบรนด์ที่ผู้รับเหมาและโครงการระดับประเทศต่างให้ความไว้วางใจ

แนะนำบริษัท อินทรี ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด ประวัติความเป็นมา

บริษัท อินทรี ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด เป็นบริษัทของคนไทยที่จัดตั้งขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งชาติ (BOI) บริษัทมีการบริหารงานอย่างอิสระโดยทีมงานนักบริหารมืออาชีพที่มีประสิทธิภาพและประสบการณ์สูง ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทคือวัสดุก่อผนังที่ทำมาจากคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ (Autoclaved Aerated Concrete หรือ AAC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างที่ถือกำเนิดและได้รับการพัฒนามาจากประเทศเยอรมนี

ประวัติศาสตร์ของคอนกรีตมวลเบาบนโลกนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 ในประเทศสวีเดน และพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปี ค.ศ. 1929 ที่ขบวนการผลิตวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ที่มีคุณภาพเหนืออิฐและคอนกรีตก่อได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ อินทรี ซุปเปอร์บล็อก ได้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยนี้เข้ามาผลิตในประเทศไทย เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลกำไรในการก่อสร้าง และช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการก่อสร้างได้เป็นอย่างมาก การใช้อินทรี ซุปเปอร์บล็อกจึงช่วยลดแรงงานในการก่อผนัง ลดการสูญเสียวัสดุ และทำให้ช่างก่อสร้างทำงานได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานการผลิตอันเข้มงวด ทำให้อินทรี ซุปเปอร์บล็อก ได้รับการยอมรับอย่างดีเยี่ยมจากเจ้าของโครงการ วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้บริโภค

อิฐมวลเบาซุปเปอร์บล็อก

โรงงานการผลิต ที่ตั้ง และกำลังการผลิตอิฐมวลเบา ซุปเปอร์บล็อก

โรงงานผลิตอินทรี ซุปเปอร์บล็อก แห่งแรกในประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการผลิตมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยผลผลิตส่วนใหญ่ในช่วงแรกเน้นเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศไทยเป็นหลัก

ที่ตั้งและจุดเด่นของโรงงาน:

  • โรงงานสิงห์บุรี: ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ ในเขตอำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี (ที่อยู่: 9/1 หมู่ 11 ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี 16150) จุดเด่นที่สำคัญของสถานที่ตั้งโรงงานแห่งนี้คือ มีแหล่งทรายธรรมชาติขนาดใหญ่อยู่ภายในบริเวณโรงงาน ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อและขนส่งทราย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตลงไปได้เป็นอย่างมาก
  • โรงงานราชบุรี: ตั้งอยู่ที่ 133 หมู่ 9 ตำบลหินกอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี 70000

อิฐมวลเบาซุปเปอร์บล็อก

อิฐมวลเบาซุปเปอร์บล็อก สเปค และความหนาที่ผลิต

อินทรี ซุปเปอร์บล็อก ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 1505-2541 ซึ่งครอบคลุมชั้นคุณภาพระดับสูง โดยมีสเปคดังนี้

1. สเปคและขนาดมาตรฐาน

  • ขนาด (กว้าง x ยาว): 20×60 เซนติเมตร หรือ 30×60 เซนติเมตร
  • ความหนา: ผลิตตั้งแต่ 7 – 30 เซนติเมตร เพื่อรองรับทุกรูปแบบการใช้งาน

ตารางขนาดอิฐมวลเบา และจำนวนบรรทุก


ขนาดบล็อก
(ซม.)
ก้อน/พาเลทรถ 6 ล้อ บรรทุกเต็มคัน (ก้อน)รถ 6 ล้อ บรรทุกเต็มคัน (ตร.ม.)เทเลอร์ 32-33 ตัน
(ก้อน)
เทเลอร์ 32-33 ตัน
(ตร.ม.)
20x60x72001,400168.014,400528.02
20x60x7.52001,300156.014,300516.02
60x60x92636443.681,040124.80
20x60x91701,050126.013,400408.02
20x60x101501,000120.003,000360.01
20x60x12.512078093.602,550306.01
20x60x1510064076.801,950234.01
20x60x17.59055066.001,850222.01
20x60x208048057.601,550186.01

2. ชั้นคุณภาพ G4 และ G4 Gold

  • ความหนาแน่นแห้ง (Dry Density): 610-700 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร (เบากว่าน้ำ 2 เท่า เบากว่าคอนกรีต 4 เท่า และเบากว่าอิฐมอญ 3 เท่า)
  • กำลังรับแรงอัด (Compressive Strength): 50 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ทำให้บล็อกขนาด 20x60x7.5 ซม. รับแรงกดได้ไม่ต่ำกว่า 18 ตัน
  • ค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity): ต่ำเพียง 0.089 วัตต์/เมตร/องศาเคลวิน ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมาก
  • อัตราการดูดกลืนน้ำ: 30-35% โดยปริมาตร สำหรับเกรด G4 (หรือ 23.25% สำหรับเกรด G4 Gold)
  • อัตราการทนไฟ: สามารถทนไฟได้นาน 4 ชั่วโมง ที่ความหนาเพียง 7.5 เซนติเมตร

3. ชั้นคุณภาพ G6 (สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงพิเศษ)

  • ความหนาแน่นแห้ง (Dry Density): 650-700 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
  • กำลังรับแรงอัด (Compressive Strength): สูงถึง 75 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร
  • ค่าการนำความร้อน: 0.132 วัตต์/เมตร/องศาเคลวิน
  • อัตราการกันเสียง (STC): สูงถึง 52 เดซิเบล (ที่ความหนา 20 ซม. รวมฉาบสองด้าน)

ตารางเปรียบเทียบ ความหนาแน่น แรงอัด และแรงดัด

ขนาดอิฐความหนาแน่น( kg/m 3 )แรงอัด( kg/cm 2 )แรงดัด( kg/cm 2 )
อิฐมวลเบาอบไอน้ำ G68007522.5
อิฐมวลเบาอบไอน้ำ G47005015
อิฐมวลเบาอบไอน้ำ G2500257.5
อิฐมวลเบาอบไอน้ำ9003510.5
อิฐมอญ18003510.5
อิฐบล็อก1950309\

ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อตารางเมตร

รายการINSEE SUPERBLOCK G4หนา 7.5 ซม.อิฐมอญข้อได้เปรียบเทียบเมื่อใช้ INSEE SUPERBLOCK G4
ราคา210 บาทขนาด 20 X 60 X 7.5 cm. (8.33 ก้อน/ ตร.) (ราคาขนส่งในกรุงเทพฯ และปริมณทล)60 บาทใช้ปริมาณ 100-130 ก้อน/ตร.ม.0.35-0.80 สต./ก้อนทำงานรวดเร็วเร็วกว่า 2-3 เท่าตัวที่เป็นผนังทึบไม่มีช่องเปิด
ปูนก่อ11 บาทใช้ก่อความหนาที่ 2-3 มม. (50 กก./ถุง) ก่อได้ที่ 20-25 ตร.ม.
(ปูนกาวพิเศษ)
40 บาทใช้ปูนผสมมือ (เสียเวลาในการทำงาน)และแรงงานคนประหยัดปูนก่อกว่าและไม่ทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักเกินความจำเป็นในระยะยาว
ปูนฉาบ70 บาทปูนฉาบสำเร็จรุปมวลเบา(รวมฉาบ 2 ด้านหนา 1-1.5 ซม.)100 บาทใช้ปูนผสมมือ (เสียเวลาในการทำงาน)ต้องฉาบหนา 2-2.5 ซม. (รวม 2 ด้าน)ประหยัดปูนก่อกว่าและไม่ทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักเกินความจำเป็นในระยะยาว
ค่าแรง/ฉาบ120 บาท(สามารถใช้แรงงานทั่วไปได้) ทางบริษัทฯ มีทีมงานสาธิตบริการทั่วประเทศ120 บาทไม่มีทีมงานบริการและสาธิตมีทีมงานสาธิตในการให้บริการทั่วประเทศและทีมตรวจสอบคุณภาพที่คอยให้คำปรึกษาในด้านเทคนิคการทำงาน
ค่าเสาเอ็นทับหลังพื้นที่ไม่เกิน 9 ตร.ม. (3×3 ม.)หรือถ้าใช้ block ที่มีความหนาตั้งแต่ 9.0 ซม. ขึ้นไปสามารถใช้ทับหลังสำเร็จรูปของINSEE SUPERBLOCK ทำให้ไม่เสียเวลาหล่อแบบ40 บาท/ ตร.ม.ต้องทำทับหลังทุกๆ 6 ตร.ม.สามารถลดขั้นตอนการทำงานลงได้ ทำให้งานเสร็จเร็วกว่ากำหนดที่ตั้งไว้
ค่าสูญเสียในการขนส่งลดหนี้ตามความเป็นจริง10% (5 บาท/ตร. ม.)สามารถกำหนดต้นทุนที่แน่นอน
รวมค่าของ/ ค่าแรง471445 

คานทับหลังมวลเบาสำเร็จรูป ซุปเปอร์บล็อก ดีอย่างไร

คานทับหลังสำเร็จรูป (Lintel) ของอินทรี ซุปเปอร์บล็อก คือนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนการหล่อเสาเอ็น หรือทับหลังคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) บริเวณเหนือช่องเปิดประตูและหน้าต่าง

  • ความแข็งแรงสูง: เป็นคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็ก 2 ชั้น เพื่อให้สามารถรับแรงดัดหรือแรงเฉือนได้มากขึ้น
  • ขนาดพอดีกับผนัง: มีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 9.0, 10.0, 12.5, 15.0, 17.5 และ 20.0 เซนติเมตร และมีความยาวตั้งแต่ 1.20 เมตร จนถึง 3.60 เมตร (เพิ่มขึ้นทุกๆ 0.30 เมตร)
  • รวดเร็วและประหยัด: สามารถวางทับหลังสำเร็จรูปลงบนตัวก้อนผนังทั้งสองด้านได้ทันที โดยต้องมีระยะนั่งของบ่า (Bearing) ทั้งสองด้านไม่น้อยกว่า 15-30 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับความกว้างของช่องเปิด) ช่วยให้ช่างก่อสร้างทำงานได้รวดเร็วเสร็จสิ้นภายใน 1 วัน โดยไม่ต้องเสียเวลารอทำไม้แบบและรอคอนกรีตเซ็ตตัว

ผนังซุปเปอร์บล็อก Wall Panel นวัตกรรมตอบโจทย์งานเร่งด่วน

สำหรับงานที่ต้องการความรวดเร็วขั้นสุด เช่น อาคารโรงงาน โกดัง หรือศูนย์การค้า อินทรี ซุปเปอร์บล็อก มีนวัตกรรม แผ่นผนังชนิดเสริมใยเหล็ก (Wall Panel) ซึ่งเป็นคอนกรีตมวลเบาอบไอน้ำเสริมเหล็ก เพื่อตอบสนองงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษและความรวดเร็วขั้นสูงสุด โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  • ความกว้างมาตรฐาน: 60 เซนติเมตร
  • ความหนา: 7.5 – 30 เซนติเมตร
  • โครงสร้างภายใน: เสริมด้วยเหล็กเส้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร หรือ 9 มิลลิเมตร ที่มีค่าการรับแรงดึง 2400-4500 ksc ขึ้นไป
  • ป้องกันสนิม: เหล็กเสริมภายในถูกชุบด้วยอีพอกซี่กันสนิมและกันความร้อนไม่น้อยกว่า 200 องศาเซลเซียส
  • จุดเด่น: ติดตั้งได้รวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาและค่าแรงช่าง สามารถทนแรงกระแทกและแรงดัด (Flexural Strength) ได้ถึง 4.0 ksc

จุดเด่นของแผ่นผนังซุปเปอร์บล็อก (Wall Panel)

  1. โครงสร้างเสริมเหล็ก แข็งแกร่งทนทาน: ภายในแผ่นผนังมีการเสริมด้วยเหล็กเส้นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร หรือ 9 มิลลิเมตร ซึ่งมีค่าการรับแรงดึงสูงถึง 2,400-4,500 ksc หรือมากกว่า แตกต่างจากบล็อกทั่วไปที่ไม่มีเหล็กเสริมในตัว
  2. ป้องกันสนิมและทนความร้อน: เหล็กเสริมภายในแผ่นจะถูกนำไปชุบด้วยอีพอกซี่ (Epoxy) เพื่อป้องกันการเกิดสนิม และยังสามารถทนความร้อนได้สูงไม่น้อยกว่า 200 องศาเซลเซียส
  3. ทนแรงดัดและแรงกระแทกได้ยอดเยี่ยม: แผ่นผนังถูกออกแบบมาให้มีค่าความต้านทานแรงดัด (Flexural Strength) ถึง 4.0 ksc และมีค่าความปลอดภัย (Factor of Safety) ที่ระดับ 2.5 ทำให้แผ่นสามารถทนต่อแรงลม (Wind Load) หรือแรงกระทำด้านข้างได้เป็นอย่างดี
  4. ขนาดใหญ่ ลดรอยต่อ ประหยัดเวลา: แผ่นมีความกว้างมาตรฐาน 60 เซนติเมตร มีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 7.5 ไปจนถึง 30 เซนติเมตร และสามารถสั่งผลิตความยาวได้ตามที่กำหนด ทำให้ยกประกอบเป็นผนังผืนใหญ่ได้ในพริบตา ลดขั้นตอนการก่อทีละก้อนและลดรอยต่อของปูนก่อลงได้อย่างมหาศาล
  5. คุณสมบัติเป็นฉนวนชั้นเยี่ยม: ยังคงรักษาข้อดีของคอนกรีตมวลเบา G4 ไว้ครบถ้วน ทั้งค่าการนำความร้อนต่ำเพียง 0.089 วัตต์/เมตร/องศาเคลวิน (กันความร้อนได้ดี) และมีอัตราการทนไฟได้นาน 2-4 ชั่วโมง ที่ความหนา 7.50-20 เซนติเมตร

จุดเด่นของแผ่นผนังซุปเปอร์บล็อก

ตารางเปรียบเทียบ แผ่นผนังซุปเปอร์บล็อก Wall Panel, อิฐมวลเบาแบบก้อน และ อิฐมอญ 

หัวข้อการเปรียบเทียบแผ่นผนังซุปเปอร์บล็อก (Wall Panel)อิฐมวลเบาแบบก้อน (AAC Block)อิฐมอญ (Clay Brick)
1. ความเร็วในการก่อสร้างเร็วที่สุด ยกติดตั้งเป็นแผงใหญ่เข้ากับโครงสร้างได้ทันทีเร็ว ช่างสามารถก่อได้ประมาณ 15-25 ตร.ม./วันช้าที่สุด ช่างก่อได้เพียงประมาณ 6-12 ตร.ม./วัน
2. เสาเอ็นและคานเอ็น (ทับหลัง)ไม่ต้องทำ เพราะมีเหล็กเสริมรับแรงดัด (Flexural Strength) อยู่ในตัวแผ่นแล้วต้องทำ เมื่อก่อพื้นที่กว้างหรือสูงเกินกำหนด หรือใช้คานทับหลังสำเร็จรูปวางพาดได้ต้องทำ ต้องหล่อเสาเอ็นและคานเอ็น ค.ส.ล. ตามระยะมาตรฐานวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด
3. การขนย้ายและเครื่องมือต้องใช้ เครื่องจักรหรือเครน ในการยกติดตั้ง ไม่เหมาะกับพื้นที่ซอกซอยแคบใช้ แรงงานคน ยกและติดตั้งได้สะดวก เหมาะกับทุกสภาพหน้างานใช้ แรงงานคน แต่อาจมีปัญหาในการขนย้ายขึ้นอาคารสูงเพราะน้ำหนักมาก
4. น้ำหนักผนัง (รวมฉาบ 2 ด้าน)เบา ช่วยลดภาระโครงสร้างฐานรากเบา ประมาณ 90-105 กก./ตร.ม.หนักมาก ประมาณ 180-200 กก./ตร.ม.
5. ความแข็งแรงและการรับแรงแข็งแรงสูง รับแรงลมและแรงกระแทกด้านข้างได้ดีเยี่ยม เพราะเสริมใยเหล็กกันสนิมด้านในรับแรงอัดได้ดี (ประมาณ 50-75 ksc) โครงสร้างผนังโดยรวมแข็งแรงรับแรงอัดได้ต่ำกว่า (ประมาณ 20-35 ksc) และแตกหักเสียหายระหว่างทำงานได้ง่าย (10-30%)
6. ความคุ้มค่าและค่าใช้จ่ายต้นทุนวัสดุต่อตารางเมตรสูงกว่า แต่ ประหยัดค่าแรง เวลา และดอกเบี้ยโครงการ ได้มหาศาลสมดุลและคุ้มค่า ประหยัดทั้งค่าวัสดุ (ปูนก่อ/ฉาบ) ค่าแรง และค่าโครงสร้างอาคารราคาวัสดุต่อก้อนถูก แต่ เปลืองปูนก่อปูนฉาบ เปลืองค่าแรง และสิ้นเปลืองโครงสร้าง
7. ความเหมาะสมของโครงการโรงงาน, โกดังสินค้า, ห้างสรรพสินค้า, อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ หรืองานที่ต้องการความรวดเร็ว (Fast Track)บ้านพักอาศัยทั่วไป, ทาวน์โฮม, อาคารทั่วไป หรืองานกั้นห้อง/ต่อเติมภายในงานก่อสร้างแบบดั้งเดิม หรือพื้นที่ที่มีการตกแต่งส่วนโค้งเว้าขนาดเล็ก

คู่มือการก่อและฉาบอิฐมวลเบา อย่างถูกวิธี

การทำงานกับอิฐมวลเบาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ต้องอาศัยเครื่องมือและวิธีการที่ถูกต้อง ดังนี้:

1. ขั้นตอนการก่อผนังอินทรีซุปเปอร์บล๊อก

  • การเตรียมตัวและเครื่องมือ: ต้องใช้เกรียงก่ออิฐมวลเบา ค้อนยาง เลื่อยมือหรือเลื่อยไฟฟ้า และหัวปั่นปูน
  • การผสมปูนก่อ: ใช้ปูนก่อคอนกรีตมวลเบา (AAC Glue Mortar) 1 ถุง (50 กก.) ต่อน้ำสะอาด 12 ลิตร ผสมให้เข้ากันด้วยหัวปั่นปูน และควรใช้ให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง
  • การก่อแถวแรก: ปรับระดับพื้นแถวแรกด้วยปูนทรายทั่วไปความหนา 1-2 เซนติเมตร (กรณีผนังห้องน้ำให้เทเคิบ คสล. สูง 10 ซม.)
  • การก่อชั้นถัดไป: ไม่ต้องนำบล็อกไปแช่น้ำหรือพรมน้ำ ให้ใช้เกรียงก่อป้ายปูนก่อบางๆ เพียง 2-3 มิลลิเมตร และต้องป้ายให้เต็มแผ่น ปราศจากโพรง
  • การเสียบเหล็กยึด: บล็อกที่ก่อชนเสาโครงสร้างต้องเสียบเหล็กเส้นขนาด 6 มม. ยาว 25-30 ซม. ทุกระยะความสูง 60 ซม. (ฝังในเสา 8-10 ซม.) หรือใช้แผ่นเหล็ก Metal Strap ตอกยึดเข้ากับโครงสร้างด้วยตะปู 1 นิ้ว
  • การก่อสลับแนว: บล็อกจะต้องก่อสลับแนว โดยมีระยะเหลื่อมกันระหว่างก้อนบนและก้อนล่างไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร
  • ชนท้องคาน: เว้นช่องว่างระหว่างผนังกับท้องคาน 1 เซนติเมตร แล้วอุดด้วยปูนก่อ (หากเป็นพื้น Post Tension ให้เว้น 2.5 ซม. แล้วอุดด้วยโฟมหรือแผ่นยาง)

2. ขั้นตอนการฉาบผนังอินทรีซุปเปอร์บล๊อก

  • การเตรียมพื้นผิว: ทำความสะอาดเศษฝุ่น และ พรมน้ำที่ผนังให้ชุ่ม รอให้ผนังดูดซึมน้ำจนหมาดเล็กน้อยก่อนลงมือฉาบ
  • ติดลวดตาข่าย (Wire Mesh): ต้องกรุลวดกรงไก่กว้างประมาณ 15 ซม. ตามมุมวงกบประตูหน้าต่าง แนวฝังท่อ และรอยต่อระหว่างผนังกับโครงสร้าง ค.ส.ล. ทุกจุด
  • การผสมปูนฉาบ: ใช้ปูนฉาบมวลเบา 1 ถุง (50 กก.) ต่อน้ำสะอาด 15-16 ลิตร
  • ความหนาการฉาบ: หากฉาบหนาไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร สามารถฉาบชั้นเดียวได้เลย แต่หากต้องการฉาบหนาเกิน 1.5 ซม. ต้องแบ่งฉาบเป็น 2 ครั้ง โดยฉาบครั้งแรกให้กรีดหน้าลายทิ้งไว้ 1 วัน แล้วจึงฉาบครั้งที่สอง
  • การบ่ม: ควรฉีดน้ำบ่มผิวปูนฉาบ เช้า-เย็น อย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ผนัง

ข้อควรระวังสำหรับอิฐมวลเบา

เพื่อป้องกันปัญหาผนังแตกร้าว หรือโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน ผู้รับเหมาและช่างควรระมัดระวังในประเด็นต่อไปนี้:

  1. ห้ามนำอิฐมวลเบาแช่น้ำก่อนก่อ: ปูนก่ออิฐมวลเบามีสารอุ้มน้ำอยู่แล้ว การนำบล็อกไปแช่น้ำเหมือนอิฐมอญจะทำให้การยึดเกาะเสื่อมประสิทธิภาพ
  2. การทำเสาเอ็นและคานเอ็น: สำหรับผนังความหนา 7-7.5 เซนติเมตร หากพื้นที่ก่อต่อเนื่องเกิน 10 ตารางเมตร จะต้องหล่อเสาเอ็นและคานเอ็น ค.ส.ล. ตลอดความสูงและยาวของกำแพง เพื่อป้องกันการแตกร้าว
  3. โครงสร้างพื้นยืดหยุ่นสูง: หากก่อผนังใต้พื้นระบบ Post Tension หรือโครงสร้างเหล็ก ห้ามก่อชนหรือฉาบปูนชนท้องพื้นเด็ดขาด ต้องเว้นระยะ 2.5 เซนติเมตร และอุดด้วยวัสดุยืดหยุ่น เช่น โฟม
  4. ระยะเวลาการเซ็ตตัว: ห้ามให้ผนังที่เพิ่งก่อเสร็จใหม่รับแรงกระทบกระเทือนหรือรับน้ำหนัก ภายในเวลา 2 วัน
  5. การเซาะร่องฝังท่อ: ต้องรอให้ผนังก่อเซ็ตตัวจนแข็งแรงดีเสียก่อนจึงจะใช้เหล็กขูดเซาะร่องได้ และเมื่อฝังท่อเสร็จต้องปิดทับด้วยปูนและลวดตาข่าย
  6. ใช้ปูนผิดประเภท: ต้องใช้ปูนก่อและปูนฉาบสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะเท่านั้น ห้ามใช้ปูนทรายทั่วไปเพราะแรงยึดเกาะและสารอุ้มน้ำไม่เพียงพอ

สอบถามราคาแอด LINE & WeChat

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอิฐมวลเบา ซุปเปอร์บล็อก

อิฐมวลเบา อินทรี ซุปเปอร์บล็อก ผลิตจากวัสดุอะไรบ้าง

ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ได้แก่ ทราย ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนขาว แร่ยิปซั่ม ผงอะลูมิเนียม และน้ำ โดยไม่มีสารพิษเจือปน

อิฐมวลเบาซุปเปอร์บล็อก สามารถทนไฟได้นานแค่ไหน

สามารถต้านทานไฟได้ยาวนานถึง 4 ชั่วโมง ที่ความหนาเพียง 7.5 เซนติเมตร ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอังกฤษ BS 476 และออสเตรเลีย AS 3700


การใช้อิฐมวลเบาช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงหรือไม่

จริง เพราะอิฐมวลเบามีค่าการนำความร้อนที่ต่ำมาก (K-value = 0.089) จึงทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน ช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และสามารถลดค่าไฟฟ้าได้กว่า 30%


ผนังอิฐมวลเบาสามารถเจาะหรือแขวนสิ่งของที่มีน้ำหนักมากได้หรือไม่

สามารถแขวนของหนักได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องเลือกใช้พุกเหล็กสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ หากเป็นงาน Heavy Duty (เช่น อ่างล้างหน้า ตู้แขวนหนักๆ) สามารถรับน้ำหนักได้ 0.5 – 1.0 กิโลนิวตันต่อจุด (ประมาณ 50-100 กิโลกรัม) โดยอาจใช้ร่วมกับพุกเคมี (Chemical Anchor) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงสูงสุด


ทำไมการก่อและฉาบอิฐมวลเบาจึงต้องใช้ปูนเฉพาะทาง

เพราะปูนสำหรับอิฐมวลเบาจะผสมสาร Methyl Cellulose (สารอุ้มน้ำ) และสารเพิ่มแรงยึดเกาะ ทำให้สามารถก่อได้บางเพียง 2-3 มม. และป้องกันอิฐมวลเบาดูดน้ำจากปูนฉาบเร็วเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผนังแตกร้าว

อิฐมวลเบาดูดซึมน้ำเยอะกว่าอิฐมอญหรือไม่ จะทำให้เกิดเชื้อราไหม

อิฐมวลเบามีอัตราการดูดกลืนน้ำประมาณ 30-35% โดยปริมาตร ซึ่งมีความใกล้เคียงหรือต่ำกว่าอิฐมอญ และเป็นฟองอากาศแบบปิด (ไม่ต่อเนื่องกัน) ความชื้นจึงผ่านทะลุเข้าไปได้ยาก อย่างไรก็ตามในการฉาบปูน ช่างต้องพรมน้ำที่ผนังก่อนเสมอ


การก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบาเร็วกว่าอิฐมอญมากแค่ไหน

ด้วยขนาดก้อนที่ใหญ่กว่าแต่น้ำหนักเบา และใช้ปูนก่อที่บางเพียง 2-3 มม. ทำให้ช่างสามารถก่อผนังได้เร็วกว่าการใช้อิฐมอญทั่วไปถึง 2-5 เท่า

ในการก่ออิฐมวลเบาแต่ละชั้น ควรมีระยะเหลื่อมสลับกันเท่าไหร่

การก่ออิฐมวลเบาแถวบนและล่าง ต้องมีระยะเหลื่อมสลับแนวกันไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร เสมอ เพื่อกระจายแรงและป้องกันการแตกร้าวของผนัง


ผนังอิฐมวลเบาจำเป็นต้องหล่อเสาเอ็นและคานเอ็น (ทับหลัง) หรือไม่

จำเป็นครับ สำหรับผนังหนา 7-7.5 ซม. หากก่อพื้นที่กว้างต่อเนื่องกันเกิน 10 ตารางเมตร หรือสูงเกิน 3.5 เมตร จะต้องหล่อเสาเอ็นและคานเอ็น ค.ส.ล. และต้องทำเสาเอ็น-คานเอ็นรัดรอบวงกบประตูหน้าต่างเสมอ


ชั้นคุณภาพ G4 และ G6 ของอิฐมวลเบามีความแตกต่างกันอย่างไร

แตกต่างกันที่กำลังรับแรงอัดและความหนาแน่นครับ โดยชั้นคุณภาพ G4 จะมีกำลังรับแรงอัด 50 ksc (กิโลกรัม/ตร.ซม.) ในขณะที่ชั้นคุณภาพ G6 มีความหนาแน่นสูงกว่าและรับแรงอัดได้มหาศาลถึง 75 ksc ซึ่งเหมาะสำหรับโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ

เลื่อนขึ้น
ไอคอน PDPA

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า