อิฐมวลเบา Q-Con แบรนด์คุณภาพคู่การก่อสร้างไทย

อิฐมวลเบา Q-Con แบรนด์คุณภาพคู่การก่อสร้างไทย

ในยุคที่อุตสาหกรรมการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานและตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง การประหยัดพลังงาน และความรวดเร็ว ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างบ้านและอาคาร อิฐมวลเบา ได้กลายมาเป็นวัสดุทดแทนอิฐมอญที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ อิฐมวลเบา Q-Con ซึ่งเป็นแบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่กับวงการก่อสร้างไทย บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของอิฐมวลเบา Q-Con อย่างครบถ้วน เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานสากล

อิฐมวลเบา Q-Con

อิฐมวลเบา คืออะไร ผลิตจากอะไร ทำไมถึงเบาแต่แข็งแรง

อิฐมวลเบา” หรือที่เรียกในชื่อทางวิศวกรรมว่า คอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ (Autoclaved Aerated Concrete หรือ AAC) เป็นวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ที่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อนำมาใช้ทดแทนอิฐมอญแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปอิฐมวลเบาจะผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์คุณภาพสูง ทรายบดละเอียด ปูนขาว ยิปซั่ม น้ำสะอาด และมีการเพิ่ม ผงอลูมิเนียม เข้าไปในส่วนผสม

ทำไมอิฐมวลเบาถึงมีน้ำหนักเบา? 

สาเหตุที่อิฐมวลเบามีน้ำหนักเบา เกิดขึ้นในขั้นตอนการผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกัน โดยผงอลูมิเนียมจะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับปูนขาวและน้ำ ก่อให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนและฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมหาศาล (Unconnecting Voids) กระจายตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอในเนื้อคอนกรีต ปฏิกิริยานี้ทำให้เนื้อคอนกรีตฟูตัวขยายขึ้นคล้ายกับการอบเค้ก ซึ่งโครงสร้างรูพรุนที่เกิดขึ้นนี้เองที่ทำให้อิฐมีน้ำหนักเบาและกลายเป็นฉนวนกันความร้อนชั้นเยี่ยมในตัว

ทำไมอิฐมวลเบาถึงแข็งแรงทนทาน? 

แม้จะมีโครงสร้างเป็นรูพรุนและมีน้ำหนักเบา แต่อิฐมวลเบาประเภท AAC นั้นมีความแข็งแกร่งสูงมาก เนื่องจากหลังจากก้อนคอนกรีตฟูตัวและถูกตัดแบ่งตามขนาดแล้ว จะถูกนำไปเข้าเครื่องอบไอน้ำความดันสูง (Autoclave) การอบจะใช้อุณหภูมิสูงประมาณ 200 องศาเซลเซียส และแรงดัน 15 บาร์ เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 12 ชั่วโมง กระบวนการนี้จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างด่างกับทราย เกิดเป็นการตกผลึกของแคลเซียมซิลิเกต (Calcium Silicate Hydrate) ที่สานตัวยึดเกาะกันอย่างหนาแน่น ทำให้ได้อิฐมวลเบาที่แข็งแกร่งทนทาน สามารถรับแรงกดหรือแรงอัดได้สูงมากแม้จะมีน้ำหนักเบาก็ตาม

อิฐมวลเบา Q-CON

ข้อดีของอิฐมวลเบา เมื่อเทียบกับอิฐประเภทอื่น

การเปลี่ยนมาใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญหรืออิฐบล็อกแบบทั่วไป มีข้อดีที่โดดเด่นในหลายมิติทั้งด้านโครงสร้างและการประหยัดพลังงาน ดังนี้

น้ำหนักเบากว่า ประหยัดโครงสร้าง 

อิฐมวลเบามีความหนาแน่นแห้งเพียง 410-800 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเบากว่าอิฐมอญถึง 2-3 เท่า และเบากว่าคอนกรีตทั่วไป 4-5 เท่า น้ำหนักของผนังอิฐมวลเบารวมปูนฉาบจะอยู่ที่ประมาณ 90-105 กก./ตร.ม. ในขณะที่ผนังอิฐมอญหนักถึง 180-200 กก./ตร.ม. การใช้อิฐมวลเบาจึงช่วยลดภาระน้ำหนักของอาคารลงได้ครึ่งหนึ่ง ทำให้ช่วยประหยัดค่าโครงสร้างและเสาเข็มได้อย่างมหาศาล

เป็นฉนวนกันความร้อน ประหยัดค่าไฟ

ฟองอากาศในเนื้ออิฐทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนชั้นดี โดยมีค่าการนำความร้อน (ค่า K) ต่ำกว่าอิฐมอญถึง 8-11 เท่า ผนังอิฐมวลเบาจึงช่วยบล็อกความร้อนจากแสงแดดภายนอกไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง และประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า 30%

ทนไฟได้ยาวนานกว่า

อิฐมวลเบาเป็นวัสดุไม่ติดไฟและทนทานต่อเพลิงไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,100 องศาเซลเซียสได้ดีเยี่ยม ผนังอิฐมวลเบาสามารถต้านทานไฟได้นานกว่า 4 ชั่วโมง ในขณะที่ผนังอิฐมอญหรืออิฐบล็อกทนไฟได้เพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

กันเสียงและดูดซับเสียงรบกวน

โครงสร้างรูพรุนของวัสดุช่วยกั้นเสียงและดูดซับเสียงสะท้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราการกันเสียง (STC Rating) อยู่ที่ประมาณ 43-52 เดซิเบล ซึ่งกันเสียงรบกวนได้ดีกว่าอิฐมอญที่มีค่า STC เพียง 32-38 เดซิเบล

ก่อสร้างรวดเร็ว งานเสร็จไว

อิฐมวลเบา 1 ก้อน มีขนาดพื้นที่เทียบเท่ากับการก่ออิฐมอญถึง 18 ก้อน ประกอบกับน้ำหนักที่เบาทำให้ช่างขนย้ายได้สะดวก สามารถก่อผนังได้รวดเร็วถึง 15-25 ตารางเมตรต่อวัน ในขณะที่อิฐมอญทำได้เพียง 5-8 ตารางเมตรต่อวัน

มิติเที่ยงตรง ลดปัญหาผนังร้าว

อิฐมวลเบาผ่านการตัดด้วยเครื่องจักรคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย จึงมีขนาดมิติที่เที่ยงตรง คลาดเคลื่อนบวกลบไม่เกิน 1-2 มิลลิเมตร ทำให้ใช้วิธีก่อแบบปูนกาวบางเพียง 2-3 มม. และฉาบผิวบางเพียง 0.5-1.5 ซม. ได้ นอกจากนี้ยังมีค่าการยืดหดตัวเมื่อแห้งต่ำมาก (เพียง 0.017 – 0.2 มม./เมตร) ซึ่งน้อยกว่าอิฐมอญถึง 4-9 เท่า ช่วยลดปัญหาปูนฉาบแตกร้าวและผนังลายงาได้อย่างเห็นผล

ลดความสูญเสียหน้างาน ประหยัดค่าใช้จ่ายรวม

แม้ราคาวัสดุต่อหน่วยอาจจะดูสูงกว่าอิฐมอญ แต่เมื่อรวมค่าแรงช่างที่ถูกลง ปริมาณปูนก่อและปูนฉาบที่ใช้น้อยกว่า และอัตราการแตกหักเสียหายระหว่างทำงานที่น้อยกว่า 2% (อิฐมอญเสียหาย 10-30%) ทำให้อิฐมวลเบามีความคุ้มค่าและประหยัดกว่ามากในระยะยาว

ติดต่อ ปฐมวัฒนาพาณิชย์

สอบถามราคาแอด LINE&WeChat

ประวัติความเป็นมาของ Q-Con

บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันในนามแบรนด์ Q-CON (คิวคอน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2537 เพื่อเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบา (Autoclaved Aerated Concrete หรือ AAC) โดยมีจุดมุ่งหมายในการตอบสนองการก่อสร้างยุคใหม่ที่ต้องการวัสดุคุณภาพสูง แข็งแรง สวยงาม ประหยัดพลังงาน และทำงานได้รวดเร็ว เพื่อทดแทนการใช้อิฐมอญแบบเดิมที่อาจไม่ได้มาตรฐาน

Q-CON เป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาของประเทศไทย โดยอาศัยเทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงจากประเทศเยอรมนี บริษัทได้เติบโตอย่างต่อเนื่องจนได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2546 เพื่อนำเงินทุนไปขยายโรงงานและลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มศักยภาพการผลิต

ประวัติความเป็นมาของ Q-Con

โรงงานการผลิต ที่ตั้ง และกำลังการผลิต

เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ได้ขยายฐานการผลิต ปัจจุบัน Q-CON มีโรงงานผลิตที่ทันสมัยจำนวน 5 แห่ง ดังนี้:

  1. โรงงานที่ 1-3: ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 54 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตรวมสูงสุดถึงปีละประมาณ 9 ล้านตารางเมตร
  2. โรงงานที่ 4: ดำเนินการโดยบริษัทย่อย คือ บริษัท คิวคอน อีสเทอร์น จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง (พื้นที่ภาคตะวันออก) ด้วยเงินลงทุนกว่า 800 ล้านบาท มีกำลังการผลิตสูงสุด 3 ล้านตารางเมตรต่อปี และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
  3. โรงงานที่ 5: ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตครอบคลุมตั้งแต่อิฐมวลเบา แผ่นผนัง แผ่นพื้น แผ่นหลังคา แผ่นเคาน์เตอร์มวลเบา และคานทับหลังสำเร็จรูป ทำให้ Q-CON สามารถรองรับโครงการระดับประเทศได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อิฐมวลเบา Q-Con สเปค และความหนาที่ผลิต

อิฐมวลเบา Q-CON (Q-CON Block) เป็นวัสดุก่อผนังคุณภาพสูงที่ใช้งานได้ทั้งผนังภายในและภายนอก สามารถใช้เป็นผนังรับน้ำหนัก (Load Bearing Wall) และผนังไม่รับน้ำหนัก (Non-Load Bearing Wall) ตัวก้อนอิฐจะไม่มีรูกลวง มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีน้ำหนักเบาและผ่านการอบไอน้ำด้วยความดันสูง (Autoclaved System) ทำให้เกิดการตกผลึก Calcium Silicate ที่แข็งแกร่ง

สเปคและขนาดมาตรฐาน:

  • ความกว้างและความยาว: กว้าง 20 เซนติเมตร x ยาว 60 เซนติเมตร (มิติเที่ยงตรง บวกลบไม่เกิน 2 มม.)
  • ความหนาที่ผลิต: เริ่มต้นที่ 7.5 ซม. และเพิ่มขึ้นทุกๆ 2.5 ซม. ได้แก่ 7.5, 10, 12.5, 15, 17.5, 20, และ 25 เซนติเมตร
  • ปริมาณการใช้งาน: การก่อผนัง 1 ตารางเมตร ใช้อิฐมวลเบา Q-CON เพียง 8.33 ก้อนเท่านั้น ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าแรงได้มหาศาล
  • น้ำหนัก: ความหนาแน่นแห้ง (Dry Density) สำหรับชั้นคุณภาพ G2 อยู่ที่ 410-500 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเบากว่าอิฐมอญ 2-3 เท่า และเบากว่าคอนกรีตทั่วไป 4-5 เท่า ช่วยประหยัดค่าโครงสร้างอาคารและเสาเข็มได้อย่างมาก

มาตรฐานและผลการทดสอบของ Q-Con การันตีคุณภาพ

อิฐมวลเบา Q-CON ได้รับการรับรองด้วยมาตรฐานระดับสากลและผลการทดสอบจากสถาบันชั้นนำมากมาย เพื่อการันตีคุณภาพสูงสุดให้แก่ผู้ใช้งาน:

  • มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.): ได้รับ มอก. 1505-2541 สำหรับชิ้นส่วนคอนกรีตมวลเบา และ มอก. 1510-2541 สำหรับแผ่นคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็ก
  • มาตรฐานการจัดการสากล: ได้รับรองระบบ ISO 9001:2015, ISO 14001:2015 และ ISO 45001:2018
  • มาตรฐานต่างประเทศ: อ้างอิงมาตรฐาน DIN 4165, DIN 4223 (เยอรมนี), JIS A 5416-1995 (ญี่ปุ่น) และ BS 5234 Part 2:1992 (อังกฤษ)
  • กำลังรับแรงอัด (Compressive Strength): ชั้นคุณภาพ G2 รับแรงอัดได้ไม่น้อยกว่า 20 กก./ตร.ซม. และชั้นคุณภาพ G4 รับแรงอัดได้มากกว่า 40 กก./ตร.ซม.
  • ฉนวนกันความร้อน: มีค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity หรือค่า K) ต่ำเพียง 0.089 W/m.K (ในเกรด G2) ซึ่งต่ำกว่าอิฐมอญ 8-11 เท่า ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้กว่า 30%
  • การทนไฟ (Fire Resistance): ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน BS 476 สามารถทนไฟไหม้ได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ที่ความหนาเพียง 7.5 เซนติเมตร
  • การกันเสียง (STC Rating): ผนังอิฐมวลเบาหนา 10 ซม. (รวมฉาบ 1 ซม. สองด้าน) มีค่าอัตราการกันเสียง STC สูงถึง 43 เดซิเบล สามารถกั้นเสียงรบกวนได้ดีกว่าอิฐมอญ
  • ฉลากเพื่อสิ่งแวดล้อม: ได้รับการรับรองฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง, Green Industry, Eco Factory, SCG Green Choice และฉลากลดคาร์บอน (Carbon Reduction Label)

อิฐมวลเบา Q-CON

คานทับหลังมวลเบาสำเร็จรูป คืออะไร ดีอย่างไร

ในการก่อสร้างผนังบริเวณที่มีช่องเปิดอย่างประตูและหน้าต่าง หากใช้อิฐมอญจะต้องเสียเวลาตีแบบ ผูกเหล็ก และหล่อเสาเอ็น-ทับหลังด้วยคอนกรีต ซึ่งต้องรอให้เซตตัว แต่ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ด้วย คานทับหลังสำเร็จรูปคิวคอน (Q-CON Lintel)

คานทับหลัง Q-CON คือคานคอนกรีตมวลเบาที่มีการเสริมเหล็ก 2 ชั้นอยู่ภายใน ใช้สำหรับวางพาดเหนือขอบวงกบประตูและหน้าต่าง เพื่อรับน้ำหนักผนังส่วนที่อยู่เหนือวงกบ

  • ความหนา: 7.5, 10, 12.5, 15, 17.5 และ 20 เซนติเมตร (พอดีกับขนาดอิฐ)
  • ความยาว: มีตั้งแต่ 1.20 ไปจนถึง 3.60 เมตร (สำหรับรุ่นหนา 10 ซม. ขึ้นไป) หรือ 0.80 ถึง 4.00 เมตร (สำหรับรุ่นหนา 7.5 ซม.)
  • ข้อดีเด่นชัด: สามารถยกวางพาดบนผนัง (โดยให้มีระยะนั่งบ่าข้างละไม่น้อยกว่า 15-40 ซม.) แล้วก่อผนังบล็อกเหนือช่องเปิดต่อไปได้ทันที ไม่ต้องทำไม้แบบ ไม่ต้องผสมคอนกรีตเททับหลัง ช่วยร่นระยะเวลาก่อสร้างให้เสร็จรวดเร็วได้ภายใน 1 วัน ประหยัดทั้งค่าแรงและค่าวัสดุ

อิฐมวลเบา ALC (หรือ AAC) และ CLC ต่างกันอย่างไร 

อิฐมวลเบา ALC (หรือ AAC) และ CLC คืออิฐมวลเบาที่มีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านกระบวนการผลิตและโครงสร้างของวัสดุ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณสมบัติการใช้งานและความแข็งแรง โดยสามารถอธิบายความแตกต่างหลักๆ ได้ดังนี้ 

ตารางสรุปเปรียบเทียบอิฐมวลเบา ALC/AAC กับ CLC

คุณสมบัติอิฐมวลเบา ALC / AAC
(อบไอน้ำ)
อิฐมวลเบา CLC
(ไม่อบไอน้ำ)
กระบวนการผลิตอบไอน้ำภายใต้ความดันและอุณหภูมิสูง (Autoclaved)ปล่อยให้แข็งตัวตามธรรมชาติ (Non-Autoclaved)
สีของผลิตภัณฑ์สีขาว (จากการตกผลึก)สีเทาปูนซีเมนต์
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ได้รับ มอก. 1505-2541ไม่ได้ มอก. 1505-2541
ความหนาแน่นแห้ง (น้ำหนัก)470 – 700 กก./ลบ.ม. (น้ำหนักเบากว่า)750 – 900 กก./ลบ.ม. (น้ำหนักมากกว่า)
กำลังรับแรงอัด50 กก./ตร.ซม. (ชั้นคุณภาพ G4 แข็งแกร่งกว่า)25 – 36 กก./ตร.ซม. (รับแรงได้น้อยกว่า)
ค่าการนำความร้อน (k)~ 0.13 W/m.K (กันความร้อนได้ดีมาก)~ 0.17 W/m.K (กันความร้อนได้น้อยกว่า)
อัตราการทนไฟ4 ชั่วโมง≤ 1 ชั่วโมง (เทียบเท่าอิฐมอญ)
การหดตัวและการแตกร้าวยืดหดตัวต่ำ ไม่ค่อยพบปัญหาผนังร้าวยืดหดตัวสูง ปูนฉาบแตกร้าวได้ง่าย
ความต้านทานความชื้นโครงสร้างเสถียร ความชื้นผ่านยากรูพรุนไม่แน่นอน ซึมความชื้นง่าย เสี่ยงต่อเชื้อรา

เปรียบเทียบ AAC และ CLC

ผนัง Wall Panel นวัตกรรมตอบโจทย์งานเร่งด่วน

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ โรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือโครงการที่ต้องการความรวดเร็วขั้นสุด แผ่นผนังมวลเบาคิวคอน (Q-CON Wall Panel) คือนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานเร่งด่วนโดยเฉพาะ

  • ลักษณะผลิตภัณฑ์: เป็นแผ่นคอนกรีตมวลเบาเสริมเหล็กสำเร็จรูป ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ติดตั้งเป็นผนังได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร
  • สเปคและขนาด: มีความกว้างมาตรฐาน 60 เซนติเมตร และสามารถสั่งผลิตความยาวได้สูงสุดถึง 6.00 เมตร ความหนามีตั้งแต่ 7.5 ซม. ไปจนถึง 30 ซม.
  • ความแข็งแรงสูง: สามารถรับแรงลม (Wind Load) ได้สูงถึง 180 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (ตามสเปคบางรุ่นทนได้ ≤160 กก./ตร.ม.)
  • จุดเด่น: ติดตั้งได้ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง เพียงยกแผ่นติดตั้งเข้ากับโครงสร้างก็จะได้ผนังผืนใหญ่ที่เรียบเนียนพร้อมใช้งานทันที ลดปัญหาการก่ออิฐทีละก้อน ช่วยประหยัดเวลาและค่าแรงได้อย่างมหาศาล

คู่มือการก่อและฉาบอิฐมวลเบา อย่างไรให้งานเรียบเนียนไร้รอยแตกร้าว

การใช้งานอิฐมวลเบา Q-CON อย่างถูกต้อง จะช่วยดึงประสิทธิภาพของวัสดุออกมาได้อย่างสูงสุด ป้องกันรอยแตกร้าวและยืดอายุการใช้งาน โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:

1. ขั้นตอนการก่อผนังอิฐมวลเบา Q-CON

  • การเตรียมพื้นที่: ทำความสะอาดพื้นที่ กำหนดระยะ ตีเส้นแนวก่อ และขึงเอ็นเพื่อกำหนดระดับให้ตรง
  • ก่อชั้นแรกด้วยปูนทราย: ใช้ปูนทรายทั่วไปปรับระดับพื้นให้ได้ระนาบเดียวกันในแถวแรก (หนาประมาณ 1-5 ซม.) จากนั้นใช้ “ปูนก่อ Q-CON” ป้ายบางๆ ประมาณ 2-3 มม. ทั้งด้านล่างและด้านข้างของบล็อก แล้ววางอิฐลงไป ใช้ค้อนยางเคาะปรับระดับ
  • การก่อชั้นถัดไป: ห้ามนำอิฐมวลเบาไปแช่น้ำก่อนก่อ ใช้ปูนก่อ Q-CON หนาเพียง 2-3 มม. ป้ายให้ทั่วหน้าสัมผัส การก่อชั้นที่ 2 ขึ้นไปต้องใช้วิธีสลับแนว โดยให้ระยะเหลื่อมกันไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร
  • การยึดกับโครงสร้าง: บล็อกที่ก่อชนเสาโครงสร้างจะต้องเจาะฝังเหล็กหนวดกุ้ง (เหล็กเส้น 6 มม. ยาว 25 ซม. ฝังลึกเข้าเสา 5 ซม.) หรือใช้ “แผ่นเหล็กยึดผนัง (Metal Strap)” ยึดด้วยพุกสกรูเข้ากับโครงสร้างเสาทุกๆ ระยะ 2 ชั้นบล็อก (ประมาณ 40 ซม.)
  • การก่อชนท้องคาน: ต้องเว้นช่องว่างระหว่างขอบบนสุดของผนังกับท้องคานไว้ประมาณ 2-3 ซม. แล้วอุดด้วยปูนทรายให้แน่นเต็มแนว

2. ขั้นตอนการฉาบผนังอิฐมวลเบา Q-CON

  • การเตรียมผิว: กวาดเศษฝุ่นผงบนผนังออกให้หมด หากมีรอยปิ่นให้ใช้อุดซ่อมด้วยปูนก่อผสมเศษอิฐทิ้งไว้ 1 วัน สำคัญคือต้อง ราดน้ำผนังให้ชุ่มพอสมควร แล้วรอให้ผิวดูดซับน้ำจนหมาดก่อนเริ่มฉาบ
  • การติดลวดตาข่ายกันร้าว: บริเวณมุมวงกบประตู-หน้าต่าง (ขนาด 15×50 ซม.) รอยต่อระหว่างผนังกับเสาโครงสร้าง และตามแนวเซาะร่องท่อไฟ ต้องติดลวดตาข่าย (Wire Mesh) ตลอดแนวก่อนฉาบ
  • เทคนิคการฉาบ: ใช้ปูนฉาบมวลเบา Q-CON ทำการฉาบความหนาที่ 0.5 – 1.0 เซนติเมตร หากต้องการฉาบหนาเกิน 1.5 ซม. จะต้องแบ่งฉาบเป็น 2 ชั้น โดยฉาบชั้นแรกหนาไม่เกิน 1.5 ซม. แล้วกรีดหน้าลายทิ้งไว้ 1 วัน รอจนผิวหน้าแห้งหมาดก่อนฉาบชั้นที่สอง จากนั้นตีน้ำด้วยแปรงและปั่นหน้าให้เรียบ

ข้อควรระวังสำหรับอิฐมวลเบา

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผนังร้าว รั่วซึม หรือไม่ได้มาตรฐาน ช่างควรปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้อย่างเคร่งครัด:

  1. ห้ามแช่น้ำหรือรดน้ำก้อนอิฐก่อนก่อ: ปูนก่อมวลเบามีสารอุ้มน้ำอยู่แล้ว การนำอิฐไปแช่น้ำจะทำให้ผนังอมความชื้นเกินความจำเป็น
  2. ใช้ปูนก่อและฉาบสำหรับอิฐมวลเบาเท่านั้น: ห้ามใช้ปูนทรายผสมเองหน้างานมาใช้ก่อหรือฉาบ เพราะขาดสารอุ้มน้ำและแรงยึดเหนี่ยว ทำให้ผนังหลุดร่อนและแตกร้าวได้ง่าย
  3. การเซาะร่องฝังท่อ: ห้ามสกัดแนวฝังท่อลึกเกิน 1 ใน 3 ของความหนาก้อนอิฐมวลเบา เพื่อรักษาความแข็งแรงของผนัง และต้องติดลวดตาข่ายคลุมแนวเซาะร่องก่อนฉาบเสมอ
  4. เว้นช่องว่างโครงสร้างที่ยืดหยุ่นสูง: สำหรับการก่อผนังใต้โครงสร้างหลังคาเหล็ก หรือระบบพื้น Post-Tensioned ที่อาจแอ่นตัวสูง ต้องเว้นช่องว่างส่วนบนสุดของผนังไว้ 4-5 ซม. (หรือ 2-4 ซม.) และอุดด้วยวัสดุยืดหยุ่น เช่น โฟม PU และห้ามฉาบปูนชนท้องพื้นโดยตรงเพื่อป้องกันรอยร้าวจากการกดทับ
  5. หลีกเลี่ยงแดดจัดและลมแรงขณะฉาบปูน: ไม่ควรให้ผนังที่เพิ่งฉาบเสร็จโดนแสงแดดจัดหรือลมแรงโดยตรง และควรบ่มผิวปูนด้วยการรดน้ำอย่างน้อย 3-5 วัน หลังฉาบ

ผนังอิฐมวลเบา แขวนของหนักได้มั้ย ต้องยึดอย่างไร

หลายคนมักมีความกังวลว่า ผนังอิฐมวลเบาที่มีน้ำหนักเบา จะสามารถแขวนของหนัก เช่น ทีวี เครื่องปรับอากาศ หรือตู้แขวนในครัว ได้หรือไม่? คำตอบคือ สามารถแขวนของหนักได้อย่างมั่นคงแข็งแรง แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องใช้ พุกสำหรับอิฐมวลเบา (Metal Expansion Fixing หรือ พุก FMD) โดยเฉพาะ ซึ่งออกแบบมาให้มีเกลียวบานออกกว้างเพื่อยึดเกาะเนื้ออิฐมวลเบาได้อย่างแน่นหนา

วิธีการยึดพุกอิฐมวลเบาอย่างถูกวิธี:

  1. เลือกขนาดดอกสว่านให้เล็กกว่าพุกเสมอ: ตัวอย่างเช่น หากใช้พุกเบอร์ 6×32 มม. ให้ใช้ดอกสว่านเจาะปูนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 มม. หรือ หากใช้พุกเบอร์ 8×38 มม. ให้ใช้ดอกสว่านขนาด 6-7 มม.
  2. ห้ามใช้ระบบกระแทก: ขณะเจาะผนังอิฐมวลเบา ให้ใช้ระบบเจาะธรรมดา ห้ามใช้สว่านระบบกระแทกเด็ดขาดเพื่อป้องกันเนื้ออิฐภายในแตก
  3. เจาะรูให้ลึกพอดี: ควรเจาะรูให้ลึกกว่าความยาวของตัวพุกประมาณ 2-3 มม. (และบวกเผื่อความหนาของปูนฉาบเข้าไปด้วยหากผนังฉาบแล้ว)
  4. ตอกพุกและขันสกรู: ตอกพุกเหล็ก FMD เข้าไปในรูให้จมแนบสนิทกับผนัง จากนั้นนำวัสดุที่ต้องการแขวนมาทาบแล้วขันสกรูเข้าไปให้แน่น

หมายเหตุการรับน้ำหนัก: พุกอิฐมวลเบา FMD เบอร์ 6×32 สามารถรับน้ำหนักได้ 30 กิโลกรัมต่อ 1 จุด และพุกเบอร์ 8×38 หรือ 8×60 สามารถรับน้ำหนักได้สูงถึง 50 กิโลกรัมต่อ 1 จุด หากต้องการแขวนกรอบรูปน้ำหนักไม่เกิน 10 กก. ก็สามารถใช้พุกพลาสติกทั่วไปได้

เหตุผลที่ควรซื้ออิฐมวลเบา Q-Con กับปฐมวัฒนา

ปฐมวัฒนาเป็นตัวแทนจำหน่าย 

จัดส่งสินค้าตรงสเปคจากโรงงาน Q-Con มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับอิฐมวลเบา Q-Con แท้ส่งตรงจากโรงงาน ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. 1505-2541 และมาตรฐานสากล ISO สินค้าทุกชิ้นมีสเปคที่ตรงตามกำหนด ทั้งด้านขนาดมิติที่เที่ยงตรงและค่ากำลังรับแรงอัด เพื่อให้โครงสร้างของคุณแข็งแรงได้มาตรฐานสูงสุด

มีรถขนส่งทุกขนาดตามความต้องการของหน้างาน 

พร้อมรองรับทุกสภาพพื้นที่ด้วยรถขนส่งที่เหมาะสม เพื่อให้การขนย้ายอิฐมวลเบาที่ถูกบรรจุและรัดสายมาบนพาเลทไม้ (Pallet) เป็นไปอย่างปลอดภัย ช่วยลดเปอร์เซ็นต์การแตกหักเสียหายระหว่างการขนส่งลงได้มาก ทำให้สินค้าถึงหน้างานในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานทันที

มีทีมเซลล์ดูแล ติดต่องาน รับสายไว 

มีทีมขายมืออาชีพที่พร้อมดูแลและประสานงานอย่างใกล้ชิด สามารถรับเรื่องและให้คำปรึกษาได้อย่างรวดเร็วทันใจ ช่วยลดความล่าช้าในการสั่งซื้อวัสดุและแก้ไขปัญหาหน้างาน ทำให้แผนการก่อสร้างของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด

เอกสารพร้อมซัพพอร์ท 

ทั้งมาตรฐานสินค้ายื่น Approved เอกสารวางบิล ใบกำกับภาษีถูกต้องรวดเร็ว มีความพร้อมในการจัดเตรียมเอกสารอ้างอิงทางวิศวกรรมของ Q-Con เช่น ผลการทดสอบทนไฟนานกว่า 4 ชั่วโมง หรืออัตราการกันเสียง เพื่อใช้ยื่นขออนุมัติวัสดุ (Approved) ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงระบบการจัดการเอกสารวางบิลและใบกำกับภาษีที่แม่นยำและรวดเร็ว ช่วยให้กระบวนการจัดซื้อทำงานได้ง่ายขึ้น

ติดต่อ ปฐมวัฒนาพาณิชย์

สอบถามราคาแอด LINE&WeChat

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอิฐมวลเบา Q-Con

อิฐมวลเบา Q-Con สามารถใช้ทำผนังห้องน้ำ หรือพื้นที่เปียก ได้หรือไม่? 

ใช้ได้อย่างแน่นอน โดยก่อนก่ออิฐมวลเบาแถวแรกในห้องน้ำหรือระเบียง ต้องเทคันคอนกรีต (Curb) ขึ้นมาสูงประมาณ 10 ซม. แล้วจึงก่ออิฐมวลเบาทับลงไป และต้องทำระบบกันซึมบนพื้นและผนังตามมาตรฐานก่อนปูกระเบื้อง จะช่วยป้องกันความชื้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อิฐมวลเบา Q-Con ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงหรือ? 

จริงครับ เพราะอิฐมวลเบา Q-Con มีโครงสร้างฟองอากาศกระจายตัวอยู่ภายใน ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนชั้นเยี่ยม มีค่าการนำความร้อน (ค่า K) เพียง 0.089 W/m.K ต่ำกว่าอิฐมอญ 8-11 เท่า ช่วยกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้แอร์ทำงานน้อยลง และลดค่าไฟได้ถึง 30%

การก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบาเร็วกว่าอิฐมอญกี่เท่า? 

ด้วยขนาดก้อนที่ใหญ่ มิติเที่ยงตรง และน้ำหนักที่เบา การก่อผนัง 1 ตารางเมตรใช้อิฐมวลเบา Q-Con เพียง 8.33 ก้อน ช่างจึงสามารถก่อผนังได้เร็วกว่าอิฐมอญประมาณ 2-3 เท่า (บางกรณีเร็วถึง 5 เท่า)

ทำไมผนังอิฐมวลเบาถึงต้องใช้ปูนก่อและปูนฉาบเฉพาะ?

เพราะปูนสำเร็จรูปสำหรับอิฐมวลเบามีส่วนผสมของสารเคมีที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและสารอุ้มน้ำ (Water Retention) เนื่องจากอิฐมวลเบาดูดซึมน้ำ หากใช้ปูนทรายทั่วไป อิฐจะดูดน้ำจากปูนเร็วเกินไป ทำให้ปูนสูญเสียน้ำ ขาดแรงยึดเหนี่ยว เป็นสาเหตุให้ผนังร้าวและหลุดร่อน

ผนังอิฐมวลเบามีโอกาสแตกร้าวง่ายหรือไม่? 

โอกาสแตกร้าวในตัววัสดุน้อยกว่าอิฐมอญมากครับ เพราะอิฐมวลเบา Q-Con ผ่านการอบไอน้ำความดันสูง ทำให้มีค่าการยืดหดตัว (Drying Shrinkage) ต่ำมากเพียง 0.2 มม./เมตร ในขณะที่อิฐมอญมีการยืดหดตัวสูงถึง 1.8 มม./เมตร ปัญหาการแตกร้าวส่วนใหญ่มักเกิดจากการก่อสร้างผิดวิธี เช่น ไม่ติดลวดตาข่ายตามมุมวงกบ หรือใช้ปูนฉาบผิดประเภท

หากต้องการก่อผนังที่มีความกว้างหรือสูงมากๆ ต้องทำอย่างไร? 

ถึงแม้จะเป็นอิฐมวลเบา แต่หากพื้นที่ผนังกว้างหรือสูงเกินกว่ามาตรฐานที่ตารางวิศวกรรมกำหนด (เช่น กว้างเกิน 3-4 เมตร สำหรับผนังหนา 7.5 ซม.) จำเป็นจะต้องหล่อเสาเอ็นและคานเอ็น (ทับหลัง) ค.ส.ล. เพื่อแบ่งแผงผนัง เสริมความแข็งแรงและป้องกันการแตกร้าว

ความหนาของอิฐมวลเบาที่เหมาะสมกับบ้านทั่วไปควรเป็นเท่าไหร่? 

สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ความหนาที่นิยมเริ่มต้นที่ 7.5 ซม. และ 10 ซม. ซึ่งเพียงพอต่อการรับแรงและการเป็นฉนวนกันความร้อน หากต้องการการกันเสียงที่ดียิ่งขึ้นหรือทำผนังภายนอก อาจพิจารณาความหนาที่ 10 ซม. ขึ้นไป

อิฐมวลเบาสามารถกันไฟได้นานแค่ไหน? 

อิฐมวลเบา Q-Con เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล BS 476 ยืนยันว่าสามารถทนไฟไหม้ได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมงที่ความหนาเพียง 7.5 ซม. ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและจำกัดบริเวณไฟไหม้ไม่ให้ลุกลามได้ดีกว่าอิฐมอญ

สามารถกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีแค่ไหน? 

ทำได้ดีเยี่ยมครับ ฟองอากาศขนาดเล็กในเนื้อคอนกรีตช่วยดูดซับและลดทอนเสียงได้ดี โดยผนัง Q-Con ความหนา 10 ซม. (รวมฉาบสองด้าน) มีค่าการกันเสียง STC สูงถึง 43 เดซิเบล ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกหรือระหว่างห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อิฐมวลเบา Q-Con สามารถปูกระเบื้องทับได้เลยหรือไม่? 

ได้ครับ สามารถปูกระเบื้องบนผนังอิฐมวลเบา Q-Con โดยใช้ “ปูนก่อมวลเบา Q-CON” หรือปูนกาวปูกระเบื้อง ป้ายลงบนผนังด้วยเกรียงหวีแล้วนำกระเบื้องปูทับได้เลย (โดยไม่จำเป็นต้องฉาบผนังก่อน หากผนังได้แนวดิ่งและฉากที่เรียบตรงแล้ว)

เลื่อนขึ้น
ไอคอน PDPA

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า