ปูนก่อทั่วไป ครบทุกแบรนด์ ราคาส่ง ส่งถึงไซต์งาน

ปูนก่อทั่วไป ครบทุกแบรนด์ ราคาส่ง ส่งถึงไซต์งาน

การเลือกใช้ปูนก่อทั่วไปที่เหมาะสมกับงานก่อสร้างแต่ละประเภทเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้รับเหมา เนื่องจากความแตกต่างของคุณสมบัติและราคาระหว่างแบรนด์ต่างๆ ทำให้ต้องคำนวณทั้งคุณภาพและต้นทุนให้สมดุล

ปฐมวัฒนาพาณิชย์นำเสนอปูนก่อสำเร็จรูปจากแบรนด์ชั้นนำทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น TPI, ดูร่าวัน, อินทรี และ SCG พร้อมบริการจัดส่งตรงถึงไซต์งาน เพื่อให้คุณเปรียบเทียบเลือกใช้ได้ตรงตามความต้องการของโครงการ

ปูนก่อทั่วไป

ปูนก่อทั่วไปคืออะไร?  ใช้กับงานอะไร

ปูนก่อทั่วไปคือปูนซีเมนต์ผสมเสร็จที่พัฒนามาเพื่อใช้ในงานก่ออิฐ บล็อก และงานเสาเข็มเล็ก โดยมีส่วนผสมของซีเมนต์ ทรายละเอียด และสารเพิ่มคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยเพิ่มความยึดเหนียวและความทนทานของรอยต่อ

ปูนก่อในตลาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ปูนก่อสำเร็จรูปสำหรับอิฐแดงและอิฐบล็อกทั่วไป และปูนก่ออิฐมวลเบาที่มีสูตรเฉพาะสำหรับ AAC Block เนื่องจากความแตกต่างของน้ำหนักและการดูดซับน้ำ

การเลือกใช้ปูนก่อที่เหมาะสมส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง ความเรียบเนียนในการใช้งาน และอายุการใช้งานของอาคาร โดยแต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นและราคาที่แตกต่างกันตามเกรดและคุณสมบัติพิเศษ

ปูนก่อทั่วไป ใช้กับอิฐแดง อิฐบล็อค งานก่อผนังมาตรฐาน

ปูนก่อทั่วไปออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับอิฐแดง อิฐบล็อค และงานก่อผนังแบบดั้งเดิม โดยมีความยึดเหนียวและกำลังอัดที่เหมาะสมสำหรับวัสดุเหล่านี้

  • ใช้กับอิฐแดง ให้ความยึดติดดีเยี่ยมและไม่กัดกร่อนตัวอิฐ
  • เหมาะสำหรับอิฐบล็อค คอนกรีต ให้รอยต่อที่แข็งแรงและทนทาน
  • งานก่อเสาเข็มเล็ก และโครงสร้างรองรับน้ำหนักปานกลาง
  • ผสมง่าย ใช้น้ำเพียง 5-6 ลิตรต่อถุง 25 กิโลกรัม
  • เวลาแห้งตัว ประมาณ 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
  • กำลังอัด มาตรฐานอยู่ที่ 150-200 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร

ปูนก่ออิฐมวลเบา ใช้เฉพาะ Q-CON, Super Block และอิฐมวลเบาทุกชนิด

ปูนก่ออิฐมวลเบาพัฒนาเฉพาะสำหรับงานอิฐมวลเบา AAC Block ที่มีความพิเศษต่างจากอิฐทั่วไป เนื่องจากคุณสมบัติการดูดซับน้ำและน้ำหนักที่แตกต่างกัน

  • สูตรเฉพาะ AAC ปรับแต่งความข้นและการยึดติดให้เหมาะกับอิฐมวลเบา
  • ความยืดหยุ่นสูง ลดการแตกร้าวจากการขยายตัว-หดตัวของอิฐมวลเบา
  • ใช้กับ Q-CON Super Block Smart Block TPI Block และแบรนด์อื่นๆ
  • ผสมใช้ง่าย เพียงเติมน้ำ 4-5 ลิตรต่อถุง 25 กิโลกรัม
  • แห้งเร็ว ใช้งานต่อได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • ลดของเสีย ความหนาของรอยต่อบางกว่าปูนก่อทั่วไปประมาณ 30%

ตารางเปรียบเทียบปูนก่อแต่ละประเภท เลือกแบบไหนให้เหมาะงาน

การเลือกใช้ปูนก่อสำเร็จรูปให้เหมาะกับชนิดของอิฐและลักษณะงานจะช่วยประหยัดต้นทุนและได้คุณภาพงานที่ดีกว่า

ประเภทปูนก่อเหมาะสำหรับอัตราการใช้ราคาเฉลี่ย/ถุงข้อดี
ปูนก่อทั่วไปอิฐแดง อิฐมอญ  อิฐบล็อค1 ถุง 50 kg
ก่ออิฐบล็อกได้ 2.0-2.8 ตรม.
ก่ออิฐมอญได้ 1.3-1.5 ตร.ม. 
80-100 บาทราคาประหยัด ใช้ได้ทั้งอิฐบล็อค อิฐมอญ
ปูนก่ออิฐมวลเบาอิฐมวลเบา AAC Block ทุกแบรนด์1 ถุง 50 kg
ก่อได้ประมาณ 25 – 30 ตรม.
150-170 บาทอุ้มน้ำได้ดี  ลดการแตกร้าว

“ปูนก่อทั่วไป” แต่ละแบรนด์ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับทุกงานก่ออิฐ

ในงานก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแรงทนทานและลดปัญหาการแตกร้าวหรือทรุดตัวในระยะยาว “ปูนก่อทั่วไป” หรือมอร์ตาร์สำหรับงานก่อ (Masonry Mortar) เป็นวัสดุพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับงานก่อผนังอิฐ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักและเจาะลึกปูนก่อทั่วไปจาก 4 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ TPI, เสือ, จิงโจ้ และอินทรี พร้อมเปรียบเทียบคุณสมบัติ ขั้นตอนการใช้งาน และตอบทุกข้อสงสัยอย่างละเอียด

ปูนมอร์ตาร์ก่อทั่วไปของแต่ละแบรนด์ได้ถูกออกแบบมาให้มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ หินบดละเอียด (ทรายคัดขนาด) และสารเคมีเพิ่มคุณภาพ เพื่อให้พร้อมใช้งานเพียงแค่ผสมน้ำ ซึ่งแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นและรายละเอียดดังนี้

ปูนก่อทั่วไป

1) แบรนด์ TPI (ทีพีไอ)

  • ชื่อสินค้า: ปูนก่อสำเร็จรูปทีพีไอ M300
  • รายละเอียดและคุณสมบัติ: เป็นปูนก่อสำเร็จรูปชนิดแห้ง (ชนิด 50) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. 598-2560 เหมาะสำหรับงานก่อผนังอิฐมอญและคอนกรีตบล็อก ทั้งภายในและภายนอกอาคาร (ไม่รวมบล็อกมวลเบา)
  • จุดเด่น: มีส่วนผสมของสารเคมีคุณภาพสูงจากต่างประเทศที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ ทำให้เนื้อปูนมีความเหนียว ผนังยึดเกาะกันได้ดีและมีความแข็งแรงสูง มีความอุ้มน้ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 และรับกำลังอัดที่ 28 วัน ได้ไม่น้อยกว่า 5.0 MPa
  • สัดส่วนการผสมและพื้นที่การใช้งาน: ปูน 1 ถุง (50 กก.) ต่อน้ำสะอาด 7 ลิตร สามารถก่ออิฐมอญได้ประมาณ 1.15-1.25 ตร.ม. และก่อคอนกรีตบล็อกได้ 2.0 ตร.ม.

2) แบรนด์ เสือ (SCG)

  • ชื่อสินค้า: เสือ มอร์ตาร์ ก่อทั่วไป
  • รายละเอียดและคุณสมบัติ: มอร์ตาร์ก่อทั่วไปมาตรฐาน มอก. 598-2560 ขนาดบรรจุ 50 กก./ถุง ใช้งานได้หลากหลายทั้ง อิฐมอญ อิฐบล็อก อิฐแดงรู อิฐโชว์แนว อิฐขาว และอิฐช่องลม
  • จุดเด่น: มีสารผสมเพิ่มความอุ้มน้ำที่ช่วยให้เนื้อปูนนุ่มเหนียว สามารถปั้นขึ้นรูปและจัดแนวก่อได้ง่าย และมีสารผสมเพิ่มแรงยึดเกาะที่ทำให้ผนังแข็งแรง สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องผสมปูนก่อได้ นอกจากนี้ยังมีรุ่น 2-in-1 (เสือ มอร์ตาร์ รุ่นอีซี่) ที่สามารถใช้ได้ทั้งงานก่อทั่วไปและงานเทปรับระดับพื้นในถุงเดียว
  • สัดส่วนการผสมและพื้นที่การใช้งาน: ปูน 1 ถุง (50 กก.) ต่อน้ำ 6.5-8.0 ลิตร ความหนาในการก่อ 1-2 ซม. ก่ออิฐมอญครึ่งแผ่นได้ 1.0-1.5 ตร.ม. และก่ออิฐบล็อกได้ 2.0-2.8 ตร.ม.

3) แบรนด์ จิงโจ้ (ลูกดิ่ง-จิงโจ้)

  • ชื่อสินค้า: จิงโจ้ มอร์ตาร์ ก่ออิฐทั่วไป (ปูนจิงโจ้ส้ม)
  • รายละเอียดและคุณสมบัติ: ปูนก่อชนิด 50 สำหรับงานก่อผนังอิฐมอญ อิฐบล็อก และอิฐขาว ได้รับมาตรฐาน มอก. 598-2566 ขนาดบรรจุ 40 กก./ถุง
  • จุดเด่น: มีมวลผสมที่คัดพิเศษเฉพาะหลายชนิด ทำให้มีลักษณะเด่นคือ “เหนียว ก่อแน่น ยึดติดกับอิฐดี แข็งแรง” และมีสารเคมีช่วยอุ้มน้ำ ทำให้ทำงานสะดวก เหมาะอย่างยิ่งกับไซต์งานก่อสร้างที่มีพื้นที่กองเก็บน้อย หรืออาคารสูง เนื่องจากบรรจุถุงละ 40 กก. ขนย้ายง่าย
  • สัดส่วนการผสมและพื้นที่การใช้งาน: ปูน 1 ถุง (40 กก.) ต่อน้ำ 5.5-6.0 ลิตร (หรือไม่เกิน 1 กระป๋องปูน) ความหนาในการก่อ 1-1.5 ซม. ก่ออิฐมอญได้ 1.0 ตร.ม., อิฐขาว 1.9 ตร.ม. และอิฐบล็อก 2.1 ตร.ม.

4) แบรนด์ อินทรี (Insee)

  • ชื่อสินค้า: อินทรีมอร์ตาร์ 21 ปูนก่อทั่วไป
  • รายละเอียดและคุณสมบัติ: ปูนก่อสำหรับงานก่อผนังอิฐมอญและคอนกรีตบล็อก มาตรฐาน มอก. 598-2560 ขนาดบรรจุ 50 กก./ถุง
  • จุดเด่น: เป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์งานก่อผนังทั่วไปได้อย่างครบถ้วน
  • สัดส่วนการผสมและพื้นที่การใช้งาน: ปูน 1 ถุง (50 กก.) ต่อน้ำ 7-9 ลิตร พื้นที่การใช้งานที่ความหนา 1 ซม. สำหรับอิฐมอญคือ 1.3-1.5 ตร.ม. และสำหรับคอนกรีตบล็อกคือ 2.5-2.9 ตร.ม.

สรุปวิธีการใช้งาน ปูนก่อทั่วไป

การใช้งานปูนมอร์ตาร์ก่อทั่วไปให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและผนังมีความแข็งแรงทนทาน ควรปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานดังต่อไปนี้:

1. การเตรียมพื้นผิวและวัสดุก่อ

  • ทำความสะอาดเศษผง ฝุ่น หรือคราบสกปรกออกจากก้อนอิฐ
  • ข้อสำคัญ: ต้องราดน้ำหรือรดน้ำอิฐมอญและคอนกรีตบล็อกให้ชุ่มพอประมาณก่อนนำมาก่อเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อิฐที่แห้งดูดซึมน้ำออกจากเนื้อปูนสำเร็จรูปเร็วเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุของการแตกร้าวและการยึดเกาะที่ลดลง

2. การผสมปูน

  • นำปูนก่อสำเร็จรูปผสมกับน้ำสะอาดตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้ข้างถุงของแต่ละแบรนด์ (เช่น ปูน 50 กก. ใช้น้ำประมาณ 6.5-9 ลิตร)
  • กวนด้วยเกรียง จอบ หรือใช้เครื่องผสมปูน (สว่านไฟฟ้าปั่นปูน) กวนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนไม่เป็นเม็ด และได้ความข้นเหลวที่พอเหมาะ

3. ขั้นตอนการก่อผนัง

  • ใช้เกรียงตักปูนก่อวางตามแนวที่ขึงเอ็นไว้ ปาดปูนให้มีความหนาประมาณ 1.0 – 2.0 ซม.
  • นำอิฐขึ้นวางทับบนแนวปูนก่อ เคาะและจัดระดับแนวให้ได้ระนาบ แนวก่อต้องสานกัน (สลับแนว) เพื่อให้แผงผนังแข็งแรง
  • การเสริมความแข็งแรง: ควรติดตั้งเหล็กเส้นกลม (หนวดกุ้ง) ทุกระยะ 50 ซม. ตลอดจนใส่เสาเอ็น-ทับหลังตามมาตรฐานงานก่อสร้าง

4. การบ่ม (Curing)

  • หลังจากก่อผนังเสร็จแล้ว ควรรดน้ำเพื่อบ่มผนังอย่างน้อย 1-3 วัน โดยฉีดน้ำเพื่อให้ผนังมีความชื้นอยู่เสมอ ช่วยให้ปูนก่อพัฒนากำลังอัดและมีแรงยึดเกาะได้อย่างเต็มที่

ปูนก่อทั่วไป เอาไปก่ออิฐมวลเบาได้หรือไม่? เพราะอะไร?

คำตอบคือ: “ไม่ได้เด็ดขาด” เหตุผลที่ห้ามใช้ปูนก่อทั่วไปกับอิฐมวลเบา:

1. การดูดซึมน้ำที่แตกต่างกัน

อิฐมวลเบามีรูพรุนสูงและดูดซึมน้ำได้รวดเร็วมาก ปูนก่อทั่วไปไม่ได้รับการออกแบบมาให้มีค่าความอุ้มน้ำ (Water Retention) ที่สูงเพียงพอ หากนำไปใช้ อิฐมวลเบาจะแย่งน้ำจากปูนก่อไปจนหมด ทำให้ปูนแห้งและสูญเสียกำลังในการยึดเกาะ

2. ความหนาของรอยต่อ

ปูนก่อทั่วไปออกแบบมาให้ก่อที่ความหนาประมาณ 1-2 ซม. ในขณะที่การก่ออิฐมวลเบาเป็นการ “ก่อแบบกาว (Thin bed)” ซึ่งต้องการความหนาของปูนเพียง 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น

3. จำเป็นต้องใช้มอร์ตาร์ชนิดพิเศษ

อิฐมวลเบาต้องใช้ “ปูนก่ออิฐมวลเบา” โดยเฉพาะ (เช่น เสือ มอร์ตาร์ ก่ออิฐมวลเบา, ปูนก่อบล็อกมวลเบาทีพีไอ M310, จิงโจ้ 2อิน1 ก่อ-กาว) เพราะปูนชนิดนี้จะมีสารเคมีพิเศษที่ให้ความเหนียว มีสารอุ้มน้ำสูง และให้แรงยึดเกาะเริ่มต้น (Initial adhesion) ที่รวดเร็วและสูงมาก อีกทั้งการก่ออิฐมวลเบาด้วยปูนเฉพาะทางนั้น ไม่ต้องนำอิฐไปแช่น้ำหรือพรมน้ำก่อนก่อ สามารถก่อแบบแห้งได้เลย

ผสมเอง ใช้ปูนผสมทราย กับ ใช้ปูนมอร์ตาร์ก่อทั่วไป อันไหนประหยัดต้นทุนรวมมากกว่ากัน?

ปูนมอร์ตาร์ก่อทั่วไป

หากมองเพียงแค่ราคาของวัสดุตั้งต้น (ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ + ทราย + น้ำ) การผสมเองแบบดั้งเดิมอาจดูเหมือนมีราคาถูกกว่า แต่หากพิจารณาถึง “ต้นทุนรวม” (Total Cost of Ownership) การใช้ ปูนมอร์ตาร์ก่อทั่วไป (ปูนสำเร็จรูป) จะช่วยประหยัดต้นทุนรวมได้มากกว่าด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:

ประหยัดค่าแรงและเวลาทำงาน

ปูนมอร์ตาร์สำเร็จรูปผ่านการผสมทรายที่อบแห้งและคัดขนาดมาแล้วจากโรงงาน เพียงแค่ฉีกถุงและผสมน้ำก็ใช้งานได้ทันที ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาและแรงงานในการร่อนทราย หรือชั่งตวงสัดส่วนหน้างาน ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น

ลดการสูญเสียวัสดุ (Wastage)

การผสมปูนเองมักจะมีทรายและปูนที่ตกค้าง หกหล่น หรือผสมแล้วใช้ไม่ทันจนแข็งตัวทิ้งไปเปล่าๆ การใช้ปูนสำเร็จรูปทำให้สามารถกะปริมาณการผสมได้แม่นยำยิ่งขึ้น และเหมาะมากสำหรับพื้นที่หน้างานที่แคบ หรืออาคารสูงที่ไม่มีพื้นที่กองทรายและหิน

คุณภาพที่ได้มาตรฐาน ลดค่าใช้จ่ายในการแก้งาน (Rework)

ปูนมอร์ตาร์สำเร็จรูปมีการควบคุมคุณภาพจากโรงงาน มีสัดส่วนของซีเมนต์ ทราย และสารเคมีเพิ่มแรงยึดเกาะที่แม่นยำ (มอก. 598-2560/2566) ทำให้ผนังที่ได้มีความแข็งแรงสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงที่ผนังจะแตกร้าวหรือหลุดล่อน ซึ่งการต้องทุบและก่อผนังใหม่จากความผิดพลาดในการผสมปูนเองนั้น ถือเป็นต้นทุนที่แฝงอยู่และมีมูลค่าสูงมาก

สรุปคือ การใช้ปูนมอร์ตาร์สำเร็จรูปช่วยควบคุมงบประมาณได้นิ่งกว่า ทำงานเร็วกว่า และได้งานที่มีคุณภาพมากกว่าในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปูนก่อทั่วไป

ปูนก่อที่ผสมน้ำแล้ว สามารถเก็บไว้ใช้งานได้นานแค่ไหน? 

โดยปกติแล้ว หลังจากผสมปูนมอร์ตาร์ก่อทั่วไปกับน้ำสะอาด ควรใช้งานให้หมดภายใน 1 ถึง 2.5 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแต่ละแบรนด์ เช่น จิงโจ้แนะนำ 1 ชั่วโมง ส่วน TPI และเสือ แนะนำประมาณ 2 – 2.5 ชั่วโมง) และ ห้าม เติมน้ำเพิ่มเข้าไปกวนใหม่หลังจากที่ปูนเริ่มเซตตัวแข็งแล้วเด็ดขาด

นอกจากการรดน้ำอิฐมอญแล้ว สามารถเติมทรายลงไปในปูนมอร์ตาร์สำเร็จรูปได้อีกหรือไม่?

ไม่ควรเด็ดขาด การเติมทราย หิน หรือสารเคมีอื่นๆ ลงไปในปูนมอร์ตาร์สำเร็จรูป จะทำให้สัดส่วนของมวลรวมต่อซีเมนต์ผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานโรงงาน ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงต่อคุณภาพความแข็งแรงและแรงยึดเกาะของผนังที่ได้

ปูนมอร์ตาร์ที่ยังไม่ได้แกะถุง สามารถเก็บไว้ได้นานแค่ไหน? 

ปูนสำเร็จรูปที่ยังไม่ได้เปิดถุง ควรกองเก็บในที่ร่ม แห้ง ไม่เปียกชื้น และยกสูงจากพื้นโดยใช้พาเลทรองรับ อายุการเก็บรักษา (Shelf life) จะอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 3 เดือน นับจากวันที่ผลิต

อุณหภูมิและสภาพอากาศมีผลต่อการก่อปูนหรือไม่? 

มีผล อุณหภูมิในการทำงานที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 20 ถึง 40 องศาเซลเซียส ควรหลีกเลี่ยงการก่อผนังในที่โล่งแจ้งที่มีแดดจัดมากๆ หรือลมแรงจัด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรมีวัสดุกำบัง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในปูนระเหยออกเร็วเกินไปจนปูนสูญเสียกำลัง

เมื่อแกะถุงปูนแล้วใช้ไม่หมด ควรทำอย่างไร? 

สำหรับปูนที่ฉีกถุงแล้ว จะต้องปิดปากถุงให้มิดชิดเพื่อป้องกันความชื้นในอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยา และแนะนำว่าควรนำมาใช้งานให้หมดภายใน 1 วัน

เลื่อนขึ้น
ไอคอน PDPA

We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า