ปูนนอนชริ้งค์เกร้าท์ กำลังอัดสูงและไม่หดตัว เพื่องานโครงสร้างที่แข็งแกร่งในระยะยาว
ในงานก่อสร้างและงานซ่อมแซมโครงสร้าง ปัญหาหนึ่งที่วิศวกรและช่างผู้รับเหมามักพบเจอคือ “ช่องว่าง” หรือ “รูโพรง” ที่เกิดขึ้นหลังจากการเทคอนกรีต โดยเฉพาะในจุดที่ต้องรับน้ำหนักมหาศาล เช่น ฐานเสาเหล็ก ฐานเครื่องจักรหนัก หรือรอยต่อแผ่นผนังสำเร็จรูป (Precast) หากช่องว่างเหล่านี้ไม่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ โครงสร้างอาจเกิดการทรุดตัว แตกหัก หรือเครื่องจักรอาจสั่นสะเทือนจนเสียหายได้
เพื่อแก้ปัญหานี้ นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างอย่าง “ปูนเกร้าท์นอนชริ้ง (Non-Shrink Grout)” จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นหัวใจสำคัญในการรับน้ำหนักและถ่ายเทแรง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับปูนเกร้าท์ วิธีการเลือกซื้อ เปรียบเทียบสเปคจากแบรนด์ชั้นนำ และเทคนิคการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อให้โครงสร้างของคุณแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

ปูนเกร้าท์นอนชริ้ง (Non-Shrink Grout) คืออะไร
ปูนเกร้าท์นอนชริ้ง (Non-Shrink Grout) คือ ซีเมนต์มอร์ตาร์ชนิดพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่องานเทเติมเต็มช่องว่างโดยเฉพาะ ประกอบด้วย ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทรายหรือหินบดคัดขนาดพิเศษ และสารเคมีผสมเพิ่ม (Chemical Additives) คุณภาพสูง
คุณสมบัติที่ทำให้ปูนเกร้าท์แตกต่างจากปูนเททั่วไป ได้แก่:
- ไม่หดตัว (Non-Shrink): เมื่อปูนเซตตัวและแห้งสนิท จะไม่เกิดการหดตัว ป้องกันปัญหาการเกิดช่องว่างระหว่างฐานรากและแผ่นเพลท (Base Plate) ทำให้รับแรงและถ่ายเทน้ำหนักได้ 100%
- กำลังอัดสูงมาก (High Compressive Strength): สามารถรับแรงอัดได้สูงกว่าคอนกรีตทั่วไปหลายเท่าตัว โดยมีกำลังอัดตั้งแต่ 450 KSC ไปจนถึงมากกว่า 850 KSC
- ความสามารถในการไหลตัวดีเยี่ยม (High Flowability): เนื้อปูนมีความละเอียดและเหลว สามารถไหลแทรกซึมเข้าไปเติมเต็มช่องว่างแคบๆ (เช่น 10 มิลลิเมตร) ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้เครื่องจี้
- ไม่มีการเยิ้มน้ำ (No Bleeding) และไม่เป็นสนิม: ปูนเกร้าท์คุณภาพสูงจะไม่มีน้ำเยิ้มขึ้นมาบนผิวหน้าคอนกรีต และมักเป็นชนิดไม่มีส่วนผสมของผงโลหะ (Non-Ferrous) จึงไม่ก่อให้เกิดคราบสนิมทำลายโครงสร้างเหล็ก
ปูนนอนชริ้งค์เกร้าท์มีหลายกำลังอัด เลือกซื้ออย่างไร
การเลือกกำลังอัด (KSC ย่อมาจาก Kilogram per Square Centimeter) ของปูนเกร้าท์ ต้องอิงตามความต้องการรับน้ำหนักของหน้างาน ดังนี้:
- กำลังอัด 450 – 550 KSC: เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป งานเกร้าท์รอยต่อแผ่นผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Joint) หรือการเทฐานเสาขนาดเล็กถึงกลาง
- กำลังอัด 600 – 750 KSC: เหมาะสำหรับงานเกร้าท์ฐานเครื่องจักรทั่วไป ฐานเสาเหล็ก (Steel Column Base) ฐานสะพาน หรืองานซ่อมแซมรูโพรงคอนกรีตโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูง
- กำลังอัด 800 KSC ขึ้นไป: เป็นปูนเกร้าท์กำลังอัดสูงพิเศษ เหมาะสำหรับฐานเครื่องจักรกลหนักที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงมาก งานสาธารณูปโภค โครงสร้างสะพาน หรืองานที่ต้องการเปิดใช้พื้นที่อย่างรวดเร็ว (High Early Strength)
ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์งานโครงสร้างมาผสมเองได้มั้ย
หลายคนมักมีคำถามว่า “ซื้อปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์มาผสมทรายและน้ำเอง เพื่อเทใต้ฐานเสาเหล็กได้หรือไม่?”
คำตอบคือ: ไม่ได้โดยเด็ดขาด สำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนัก! เหตุผลเพราะปูนซีเมนต์ผสมเองเมื่อน้ำระเหยออกไปในกระบวนการเซตตัว “ปูนจะเกิดการหดตัวเสมอ” ทำให้เกิดช่องว่าง (โพรงอากาศ) เล็กๆ ระหว่างรอยต่อของเนื้อปูนและแผ่นเพลทเหล็ก (Base Plate) ส่งผลให้โครงสร้างเหล็กด้านบนไม่สามารถถ่ายเทน้ำหนักลงสู่ฐานรากคอนกรีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องจักรจะเกิดการสั่นสะเทือน และเสาอาจเกิดการทรุดตัวได้
ปูนเกร้าท์ (Non-Shrink Grout) มีสารเคมีขยายตัวชดเชยการหดตัว (Shrinkage Compensating) ที่ปูนผสมเองไม่มี ทำให้เนื้อปูนเกร้าท์บวมตัวดันแนบสนิทกับใต้ฐานแผ่นเพลท 100% จึงรับประกันความปลอดภัยของโครงสร้างได้ดีกว่ามาก
รวมปูนเกร้าท์ ครบทุกแบรนด์พร้อมเปรียบเทียบกำลังอัด
เพื่อความสะดวกในการเปรียบเทียบสเปคสำหรับวิศวกรและช่างผู้รับเหมา นี่คือตารางสรุปปูนเกร้าท์จากแบรนด์ชั้นนำในตลาด

| แบรนด์ (Brand) | รุ่นผลิตภัณฑ์ | กำลังอัด (KSC) | จุดเด่น และลักษณะการใช้งาน |
| INSEE (อินทรี) | อินทรีมอร์ตาร์ 70 | 550 | ออกแบบมาสำหรับเกร้าท์รอยต่อแผ่นผนัง Precast โดยเฉพาะ เทช่องแคบ 10 มม. ได้ ก่อกำลังต้นเร็ว 12 ชม. |
| อินทรีมอร์ตาร์ 71 | 700 | สำหรับงานทั่วไป ฐานเสา ฐานสะพาน ฐานเครื่องจักร ไหลตัวดีเยี่ยม ไม่หดตัว | |
| อินทรีมอร์ตาร์ 72 | 800 | รับกำลังอัดสูงมาก สำหรับฐานเครื่องจักรหนัก โครงสร้างรับน้ำหนักมาก | |
| TPI (ทีพีไอ) | TPI M601 ปูนซ่อมผิวคอนกรีต ชนิดแข็งตัวเร็ว | 600 | มีแรงยึดเกาะสูงและไม่หดตัว แข็งตัวเร็วเปิดใช้งานได้ใน 4 ชม. ซ่อมรอยแตกหรือเทเข้าแบบได้ (หากเทหนาเกิน 4 ซม. สามารถผสมหินเกล็ดเพิ่มได้) |
| Tiger Mortar (เสือ) | เสือ มอร์ตาร์ นอนชริ้งค์เกร๊าท์ 25กก. SCG Non shrink grout | 800 | สามารถรับกําลังอัดได้สูง ไม่หดตัวและไหลตัวได้ดี ใช้สําหรับเทอุดช่องว่างของชิ้นงาน คอนกรีตสําเร็จรูป รวมถึงงานซ่อมแซมคอนกรีตประเภทต่างๆที่ต้องรับกําลังอัดสูง |
| QuickCoat ( จิงโจ้) | จิงโจ้ นอนชริ้งค์เกร้าต์ | 450 | ปรับฐานเสาคอนกรีตสำเร็จรูป รอยต่อผนัง เทเติมโพรง เทเข้าแบบง่าย |
| Singha (สิงห์) | สิงห์ SN60 | 600 | เทฐานเครื่องจักร ซ่อมรูโพรงโครงสร้างทั่วไป แผ่นหล่อสำเร็จรูป ประกอบเสาคาน |
| สิงห์ SN80 | 800 | สำหรับเทฐานเครื่องจักรที่ต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ | |
| Sika (ซิก้า / Lanko) | SikaGrout-212 GP | 730 | ซีเมนต์ไม่หดตัวกำลังอัดสูง สำหรับช่องว่าง 10-50 มม. ไหลตัวดี ซ่อมรูโพรงได้ดี |
| SikaGrout-214-11 TH | 800 | สำหรับงานเกร้าท์ปริมาณมาก (ช่องว่าง 10-70 มม.) สามารถผสมหินเกล็ดทำไมโครคอนกรีตได้ | |
| SikaGrout-212-11 TH | 820 | ชนิดเนื้อละเอียด สำหรับช่องว่างแคบ 5-50 มม. ไหลตัวดี เทเข้าแบบง่าย | |
| LANKO 701 Clavex | 750 | รับกำลังอัดสูงพิเศษ ไม่ทำให้เกิดรอยร้าว ไม่เยิ้มน้ำ | |
| Jorakay (จระเข้) | จระเข้ ซีจี เกร้าท์ (CG) | >650 | ปูนไหลลึก ปิดรอยต่อพื้น-ผนังพรีคาสท์โดยเฉพาะ อุดรอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูป |
| จระเข้ จีพี เกร้าท์ (GP) | >750 | แกร่ง รับแรงอัดและไหลตัวดี คุ้มค่าสำหรับงานเกร้าท์ฐานโครงสร้างทั่วไป | |
| จระเข้ นอน-เฟอร์รัส | >850 | รับน้ำหนักได้สูงมาก รับแรงอัดสูงเป็นพิเศษ ถอดแบบได้เร็ว สำหรับฐานเครื่องจักรหนัก | |
| จระเข้ เอชเอส เกร้าท์ (HS) | >400 ใน 8 ชม. | รับแรงอัดได้เร็วเป็นพิเศษ (High Early) สำหรับงานที่ต้องเปิดใช้งานด่วน | |
| จระเข้ เอสอาร์ ซี (SR Sea) | >650 | ปูนเกร้าท์ทนซัลเฟต ออกแบบมาเพื่อทนทานการกัดกร่อนจากซัลเฟตและไอทะเล |
(หมายเหตุ: ค่ากำลังอัด KSC โดยทั่วไปมักทดสอบที่อายุ 28 วัน อ้างอิงตามเอกสารแคตตาล็อกของแต่ละผู้ผลิต)
วิธีการใช้งานปูนเกร้าท์ สำหรับงานแต่ละประเภท
การใช้งานปูนเกร้าท์อย่างถูกวิธีคือหัวใจของการรับน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ:
งานเทใต้ฐานเสาเพลทเหล็กและฐานเครื่องจักร (Base Plate & Machine Foundation)
- การตั้งแบบ: เข้าแบบรอบฐานเทให้แข็งแรง อุดรอยรั่วให้สนิทเพื่อไม่ให้น้ำปูนไหลออก ค้ำยันให้แน่นหนา
- การเท: ให้ทำราง (Hopper) และเทปูนเกร้าท์ “จากด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียวเท่านั้น” เพื่อไล่อากาศออกไปสู่อีกฝั่งป้องกันการเกิดโพรงอากาศภายใน
- ข้อควรระวัง: ห้ามใช้เครื่องจี้คอนกรีต (Vibrator) เพราะจะทำให้มวลรวมในเนื้อปูนเกร้าท์เกิดการแยกชั้น (Segregation) สามารถใช้ลวดหรือโซ่กระทุ้งเบาๆ เพื่อช่วยให้ปูนไหลตัวและไล่ฟองอากาศได้
งานเทเติมช่องรอยต่อแผ่นพรีคาสท์ (Precast Joint)
- เลือกใช้ปูนเกร้าท์ที่มีความเหลวสูงและเนื้อละเอียด (เช่น INSEE 70 หรือ จระเข้ ซีจี เกร้าท์) เพื่อให้สามารถไหลผ่านช่องแคบๆ (10 มม.) ระหว่างแผ่นผนังคอนกรีตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ติดขัด
งานเทเกร้าท์ที่มีความหนามากๆ (เกิน 10 – 15 เซนติเมตรขึ้นไป)
- เพื่อป้องกันปฏิกิริยาความร้อนที่สะสมตัวมากเกินไปจนเกิดรอยร้าว และเพื่อความประหยัด สามารถผสมหินเกล็ดสะอาดขนาด 3/8″ หรือ 1/2″ เพิ่มเติมลงในปูนเกร้าท์ได้ (ในอัตราส่วนที่ผู้ผลิตแนะนำ เช่น SikaGrout-214-11 TH หรือ อินทรีมอร์ตาร์ 72) เพื่อปรับสภาพให้เป็นลักษณะไมโครคอนกรีต
งานซ่อมแซม ต้องเตรียมพื้นผิวก่อนเกร้าท์อย่างไร
เพื่อประสิทธิภาพการยึดเกาะสูงสุดระหว่างปูนเกร้าท์และโครงสร้างเดิม ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวมีความสำคัญเทียบเท่ากับการเทปูน
- สกัดและทำความสะอาด: สกัดผิวคอนกรีตเดิมให้ขรุขระเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการยึดเกาะ สกัดส่วนที่หลุดล่อนหรือเปราะบางออกให้หมด ทำความสะอาดปราศจากคราบน้ำมัน จาระบี น้ำยาทาแบบ สี หรือฝุ่นผง
- การพรมน้ำให้อิ่มตัว (SSD – Saturated Surface Dry): ก่อนทำการเทปูนเกร้าท์ ต้องบ่มน้ำพื้นผิวคอนกรีตเดิมให้อิ่มตัวอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง (เพื่อให้คอนกรีตเก่าดูดน้ำจนอิ่ม ไม่ไปแย่งดูดน้ำจากปูนเกร้าท์ที่กำลังจะเท)
- ซับน้ำที่ขังออก: ก่อนเทปูนเกร้าท์ พื้นผิวต้องชื้นแต่ “ต้องไม่มีน้ำท่วมขัง (No standing water)” ให้ใช้ฟองน้ำหรือปั๊มลมไล่น้ำที่ขังตามซอกออกให้หมด
- อุณหภูมิ: หลีกเลี่ยงการเทบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจัดหรือตากแดด เพราะจะทำให้ปูนเกร้าท์เซตตัวไวผิดปกติ ไหลตัวแย่ลง และอาจเกิดรอยแตกร้าว ควรเทที่อุณหภูมิประมาณ 20-35 องศาเซลเซียส
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปูนนอนชริ้งค์เกร้าท์
สามารถเติมน้ำมากกว่าสเปคที่ระบุเพื่อช่วยให้เกร้าท์ไหลง่ายขึ้นได้ไหม?
ไม่ได้เด็ดขาด การเติมน้ำเกินอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด จะทำให้ปูนเกร้าท์สูญเสียกำลังอัด (KSC ต่ำลง) เกิดการแยกชั้น และอาจเกิดน้ำเยิ้ม (Bleeding) บนผิวหน้า ซึ่งนำไปสู่การหดตัวและเป็นโพรง
สามารถใช้เครื่องจี้คอนกรีต (Vibrator) กับปูนเกร้าท์ได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้ เพราะปูนเกร้าท์ออกแบบมาให้ไหลตัวได้ดีด้วยตัวเอง การใช้เครื่องจี้จะทำให้เกิดการแยกชั้น (Segregation) ของส่วนผสมภายใน หินและทรายจะตกตะกอนลงด้านล่าง แนะนำให้ใช้เหล็กเส้นหรือสายโซ่กระทุ้งเบาๆ แทน
“ไม่มีการเยิ้มน้ำ (No Bleeding)” ของปูนเกร้าท์ สำคัญอย่างไร?
หากปูนมีน้ำเยิ้มขึ้นมาที่ผิวหน้า น้ำนั้นจะไปขังอยู่ใต้ฐานเพลทเหล็ก เมื่อน้ำระเหยออกไป จะกลายเป็นช่องว่างอากาศ ทำให้โครงสร้างเหล็กไม่สัมผัสกับเนื้อปูน 100% ปูนเกร้าท์ที่ดีจึงต้องมีคุณสมบัติ No Bleeding
ปูนเกร้าท์ที่ผสมแล้วมีอายุการใช้งานกี่นาที?
หลังจากนำผงปูนปั่นผสมกับน้ำแล้ว ควรใช้งานให้หมดภายในระยะเวลาประมาณ 15 – 30 นาที (Pot Life) ขึ้นอยู่กับรุ่นปูนและอุณหภูมิหน้างาน หากปูนเริ่มแข็งตัวแล้ว ห้ามเติมน้ำลงไปกวนซ้ำเด็ดขาด
สามารถใช้ปูนเกร้าท์ไปฉาบซ่อมผนังแนวดิ่งได้ไหม?
ไม่แนะนำครับ เพราะปูนเกร้าท์มีคุณสมบัติความเหลวและไหลตัวสูง หากนำไปฉาบผนังจะเกิดการไหลย้อย (Sagging) สำหรับผนังแนวดิ่งควรใช้ “ปูนฉาบซ่อมแซมโครงสร้าง” (Repair Mortar) เช่น Lanko 731, Sika MonoTop หรือ TPI M601 แทน
อุณหภูมิหน้างานมีผลต่อปูนเกร้าท์หรือไม่?
มีผลอย่างมาก การเทในที่อุณหภูมิสูงจัด (แดดจัด) ปูนจะแข็งตัวเร็ว ไหลตัวแย่ลง และเสี่ยงต่อการแตกร้าว หากหน้างานร้อนจัดแนะนำให้ใช้น้ำเย็นผสมปูนเพื่อยืดเวลาทำงาน ส่วนอุณหภูมิต่ำจะทำให้ปูนพัฒนากำลังอัดช้าลง
ค่ากำลังอัด Cylinder กับ Cube แตกต่างกันอย่างไร?
เป็นรูปแบบของก้อนปูนตัวอย่างที่ใช้ทดสอบ Cylinder คือทรงกระบอก ส่วน Cube คือทรงลูกบาศก์ โดยทั่วไปค่ากำลังอัดที่ทดสอบด้วยทรง Cube จะมีตัวเลขสูงกว่า Cylinder ประมาณ 15-20% สำหรับสเปคปูนเกร้าท์ในไทยส่วนใหญ่มักระบุค่ารับแรงแบบ Cube เป็นหลัก
ปูนเกร้าท์ผสมเสร็จสามารถเก็บไว้ได้นานแค่ไหน?
หากอยู่ในถุงที่ปิดสนิท ไม่ฉีกขาด และเก็บในที่ร่ม แห้ง ไม่โดนความชื้นหรือฝน จะมีอายุการกองเก็บประมาณ 12 เดือน นับจากวันที่ผลิต
ผสมปูนซีเมนต์ดำหรือทรายเพิ่มลงไปในปูนเกร้าท์เพื่อลดต้นทุนได้ไหม?
“ห้ามเด็ดขาด” การเติมทรายหรือซีเมนต์อื่นเข้าไปจะทำให้สมดุลทางเคมีของสารกันหดตัวและสารเพิ่มการไหลตัวผิดเพี้ยนไป ทำให้ปูนเกร้าท์เสื่อมสภาพ หดตัว และไม่ได้กำลังอัดตามสเปค
เมื่อเทปูนเกร้าท์เสร็จแล้ว จำเป็นต้องบ่มน้ำไหม?
จำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อผิวหน้าปูนเกร้าท์เริ่มแข็งตัว (กดแล้วไม่เป็นรอย) ต้องทำการบ่มชื้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3-7 วัน โดยใช้กระสอบเปียกคลุม พลาสติกคลุม หรือทาน้ำยาบ่มคอนกรีต เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำเร็วเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุของการแตกร้าว